สำหรับวันนี้ ทาง PharmWU Alumni ขอนำเสนอศิษย์เก่าของสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ ในแวดวงของงานคุ้มครองผู้บริโภค ในสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกันครับ โดยโอกาสนี้เราได้รับเกียรติจาก เภสัชกร ฟาเดล สาและดิง ศิษย์เก่าสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ รุ่นที่ 6 ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่ง เภสัชกรชำนาญการ กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส

Admin: สวัสดีครับ ขอให้แนะนำตัวหน่อยนะครับ

ภก.ฟาเดล: ผมฟาเดลครับ จบเภสัชฯ มวล. รหัส 55 (Rx6WU) เรียนจบมา 3 ปีแล้วครับ ตอนนี้ทำงานอยู่ที่กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส

Admin: ตอนนี้หลัก ๆ ทำหน้าที่เกี่ยวกับอะไรบ้างครับ

ภก.ฟาเดล: งานหลักที่ได้รับมอบหมายเป็น พรบ.สถานพยาบาล พรบ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พรบ.ยาเสพติด พรบ.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท อาทิเช่น กัญชา ซึ่งกำลังเป็นกระแสอยู่ในปัจจุบันะครับ แต่หลังๆ จะเข้มในทางกัญชามาก ๆ ด้วยครับ 555+

Admin: มีเหตุผลอะไร ที่เลือกมาปฏิบัติหน้าที่เภสัชกร ในงานที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มคองผู้บริโภคฯ ในหน่วยงานที่เป็นสำนักสาธารณสุขจังหวัดครับ

ภก.ฟาเดล: ก่อนหน้ามาทำงานนี้ ผมคิดอยู่เสมอว่า สสจ. นี้ ต้องทำงานเอกสารเยอะแน่ๆ ซึ่งตัวเองไม่ถนัดเลย แต่พอมาทำจริงแล้ว เอกสารแทบไม่ได้ทำเลย ทำงานเป็นคนให้คำปรึกษาเป็นส่วนมาก และงานอื่น ๆ อีกเยอะเลยครับ เช่น งาน อย.น้อย งานฮัจย์ ล่าสุดก็โควิด ทำงานบริหารเวชภัณฑ์ของจังหวัดซึ่งปวดหัวใช้ได้เชียว

 

Admin: เภสัชกรใน สสจ. แตกต่างจากเภสัชกรใน รพ. อย่างไรบ้างครับ

ภก.ฟาเดล:  ในการทำงาน สสจ. มันต่างจาก รพ. คือมันไม่มีงานที่ routine หรืองานตายตัว แต่ขจะเป็นงานใหม่ ๆ โดยงานใหม่ ๆ จะมีเสมอ ตามนโยบายของผู้บริหาร การทำงาน 3 ปีของผมจึงแทบจะไม่ซ้ำเลย แต่จริงๆ แล้ว งาน routine มันมีนะครับ แต่แค่ตรวจประจำปีแค่เดือนเดียว ที่เหลือก็มีเรื่องให้ตื่นเต้นทุกวัน

Admin: อยากให้เล่าเกี่ยวกับช่วงแรก ๆ ที่มาทำงานที่ สสจ. ครับผม

ภก.ฟาเดล:  ในปีแรกทำ อย.น้อย ร่วมกับพี่เภสัชอีกคนครับ พี่เขามีโครงการ อย.น้อยเยี่ยมบ้าน ซึ่งเข้าทางเราเลย ได้ฉายแสงให้น้อง ๆ ได้เห็นว่าเภสัชกรเยี่ยมบ้านทำอย่างไรบ้าง ภูมิใจนะครับ ที่ได้ใช้วิชาจากสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มวล. ซึ่งได้ลงชุมชนทุกปีระหว่างที่เรียนที่นั่นครับ และรู้สึกภูมิใจที่ได้แสดงให้น้อง ๆ เห็น และสอนให้น้องรู้จักเครื่องมือต่าง ๆ ที่สำคัญ และใช้ได้จริง ๆ ถึงเราจะจำได้ไม่หมดก็เถอะ 55+ และน้องก็ทำตามเราและทำได้ดีด้วย เข้าใจความรู้สึกอาจารย์เลย ><

Admin: ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การทำงานคุ้มครองผู้บริโภค มีความแตกต่างจากพื้นที่อื่น ๆ ไหมครับ

ภก.ฟาเดล:  คิดว่าเหมือนกันครับ อย่างเช่น กิจกรรม อย.น้อย ก็ยังทำอย่างต่อเนื่อง แต่ที่คิดว่าภาคภูมิใจที่ได้ดำเนินการ คือรับงานฮัจย์ด้วยครับ โดยไปดูแลคนที่จะไปทำฮัจย์ที่นครเมกกะ โอโห… อันนี้ ยิ่งแล้วใหญ่เลยครับ ทักษะการคุยกับชาวบ้านที่อาจารย์สอนมา ได้ใช้เต็มมาก ๆ ครับ โดย 1 วัน คุยกับกลุ่มเป้าหมายได้ประมาน 50-60 คน แนะนำการใช้ยา การเก็บยา หรือการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมให้กับคนที่สนามบิน 5 – 7 วัน สนุกมาก แต่ในปีนี้ต้องหยุดทุกอย่าง เพราะการมาของ covid-19 งานอื่นหยุด แต่มีงานใหม่มาอีก 55 แน่นอน

Admin: ในสถานการณ์ Covid-19 ในพื้นที่เป็นอย่างไรบ้างครับ และบทบาทของเภสัชกรที่ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องมีอะไรบ้างครับ

ภก.ฟาเดล:  เมื่อมีการเปิด EOC เภสัชในกลุ่มงาน คบส. ก็ต้องอยู่ในกล่อง Logistics และ Stockpiling ดูแลคลังรวมของจังหวัด ดูทุกอย่างครับ ตั้งแต่แมสก์, ชุด PPE, แอลกอฮอล์ เป็นต้นครับ รวมถึงการวางแผนการใช้ไม่ให้ขาด คำนวณ รวมถึงขอสนับสนุนให้มีการใช้ที่เพียงพอ และเมื่อสถาการณ์หนักขึ้น จนต้องเปิดโรงพยาบาลสนาม เราก็ต้องจัดการหาเวชภัณฑ์อื่น ๆ ที่จำเป็นอีก ได้ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆอีกเยอะ รวมถึงเป็นตัวกลางระหว่างการบริหารและการปฏิบัติงานซึ่งแอบปวดหัวนิดนึง แต่ด้วยทีมงานที่ดี ก็ทำให้เรายังคงทำงานแบบแฮปปี้ต่อไป ก็หวังว่าโควิดจะหมดเร็วๆ จะได้มีโอกาสไปเล่าประสชการณ์ให้น้องต่อไป ><

Admin: ขอบคุณมากครับ ทำให้เห็นบทบาทหน้าที่ของเภสัชกร ในอีกบทบาทหนึ่งได้อย่างดีเยี่ยมเลยครับ โอกาสหน้าจะมาขอสัมภาษณ์อีกนะครับ ขอบคุณครับผม

 

แล้วพบกับ PharmWU Alumni ได้ครั้งใหม่ ในโอกาสหน้าครับ

ผลงานนักศึกษา มวล. และอาจารย์ในรายวิชา โครงการพิเศษทางเภสัชกรรม เข้าร่วมนำเสนอในงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ the 36th INTERNATIONAL ANNUAL MEETING IN PHARMACEUTICAL SCIENCES (IAMPS36) & HERBAL AND TRADITIONAL MEDICINE 2021 (HTM2021): “MODERNIZATION OF HERBAL MEDICINES FOR GLOBAL EMERGING DISEASES AND HEALTHCARE” วันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม 2564

ผลงานเรื่อง Stability study of anti-knee-arthritis herbal plaster formulation used in Kiriratnikom hospital, Surat Thani, Thailand โดยนักศึกษาชื่อ นศภ.พรวสุ พงศ์ธีระวรรณ, นศภ.กรกนก สุวรรณโคตร, นศภ.จักรีวรรณ ศรีสุวรรณ เป็นผลงานร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ ศคว. คือ คุณนที สาคร และ คุณยุวากร ศิริพิทยา ภายใต้การกับดูแลของอาจารย์พรพักตร์ ศิระธนารัณฑ์

 

สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ขอแนะนำบุคลากรใหม่ สายวิชาการ คือ อาจารย์ เภสัชกรหญิง ณัฐณิชา พูลช่วย โดยปฏิบัติหน้าที่เป็นอาจารย์ในสาขาบริบาลเภสัชกรรม สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยเริ่มปฏิบัติงาน เมื่อวันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา

อาจารย์ เภสัชกรหญิง ณัฐณิชา พูลช่วย สำเร็จการศึกษาเภสัชศาสตรบัณพิต (เกียรตินิยมอันดับ 1) สาขาการบริบาลทางเภสัชกรรม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และเป็นหนึ่งในผู้ร่วมวิจัยในโครงงาน Knowledge and practices of mothers or caregivers on management of acute diarrhea among under 5-year-old children in Songkhla Province‎ มีความสนใจในด้านการบริบาลผู้ป่วยจิตเวช และผู้ป่วยโรคมะเร็ง ซึ่งมีความสอดคล้องกับเภสัชกรรมปฐมภูมิ โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วย และผู้ดูแลผู้ป่วย เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี

ประวัติการทำงาน

  1. ฝึกปฏิบัติงานด้านการเตรียมยาเคมีบำบัดและการบริบาลทาง เภสัชกรรมผู้ป่วยโรคมะเร็ง
    : ได้รับประสบการณ์การดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมผสมยา ให้คำแนะนำวิธีปฏิบัติตัวระหว่างรับยาเคมีบำบัดแต่ละครั้ง เป็นต้น
  2. ฝึกปฏิบัติงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ
    : ได้ฝึกวิเคราะห์รายงานผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีการโฆษณาเกินจริง ผลิตภัณฑ์ต้องสงสัยว่าจะทำให้เกิดอันตราย และรายงานอาการไม่พึงประสงค์จากผลิตภัณฑ์สุขภาพในหน่วยงาน TaWai For Health (ตาไวรู้ทันภัยสุขภาพ)

ซึ่งสามารถนำความรู้และประสบการณ์ในส่วนนี้มาปรับใช้ในการสอนนักศึกษาทั้งด้านการบริบาลผู้ป่วยในสถานพยาบาลรวมถึงผู้บริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพทั้งยา สมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่าง ๆ เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ความเข้าใจและเห็นถึงบทบาทหน้าที่เภสัชกรได้ดียิ่งขึ้น

สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ ขอแนะนำบุคลากรใหม่ (สายวิชาการ) คือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกร ธันว์ สุวรรณเดชา ในสาขาเภสัชกรรมอุตสาหการ (เภสัชวิทยา) โดยเริ่มปฏิบัติงาน ณ สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกร ธันว์ สุวรรณเดชา สำเร็จการศึกษาเภสัชศาสตรบัณฑิต และปรัชญาดุษฏีบัณฑิต (เภสัชศาสตร์) จากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกร ธันว์ สุวรรณเดชา มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับระบบการนำส่งยา (Drug delivery system), ระบบการนำส่งยาทางระบบทางเดินหายใจ (Respiratory drug delivery), และระบบการนำส่งยาสำหรับการรักษาบาดแผล (Drug delivery for wound healing) โดยมีผลงานตีพิมพ์ในวารสารระดับชาติ และนานาชาติจำนวนมาก อาทิ เช่น

  1. Suwandecha, T., Panityakul, T., Sruwiriyajan, S., Chittrakarn, S., Udomuksorn, W., Janchawee, B., Kongseng, K., Limsuwanchote, S., Ponglumgeak, W. 2017 Development of Drugs and Health Products in Daily Life E-learning Course (336-212) The 6th PSU Education Conference Higher Education for Digital Citizenship Towards Thailand 4.0 392-392
  2. Sawatdee, S., Atipairin, A., Sae Yoon, A.; Srichana, T., Changsan, N., Suwandecha, T. 2019. Formulation Development of Albendazole-Loaded Self-Microemulsifying Chewable Tablets to Enhance Dissolution and Bioavailability. Pharmaceutics, 11:134.
  3. Sawatdee, S., Atipairin, A., Sae Yoon, A., Srichana, T., Changsan, N., Suwandecha, T., … & Phoem, A. 2018. Oral bioavailability and pharmacokinetics of sildenafil citrate dry foam tablets in rats. Cogent Medicine, 5:1, 1510821
  4. ธันว์ สุวรรณเดชา 2562 เภสัชวิทยาของยาต้านวัณโรค ใน วัณโรคปอด ในศตวรรษที่ ‎21‎ (‎บรรณาธิการ กรีฑา ธรรมคำภีร์‎) – ‎ครั้งที่ ‎1‎ หน่วยผลิตตำราคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  5. Rutthapol, S., Charisopon, C., Sukanjana, K., Wilaiporn, B., Janwit, D., Tan, S., … & Teerapol, S. 2019. The Safety and Efficacy of Mupirocin Topical Spray for Burn Wound Healing in A Rat Model. International Journal of Pharmaceutical Quality Assurance, 10:01, 51-59.
  6. Dechraksa, J., Suwandecha, T., & Srichana, T. 2020. Deposition Pattern of Polydisperse Dry Powders in Andersen Cascade Impactor-Aerodynamic Assessment for Inhalation Experimentally and In Silico. Turkish Journal of Pharmaceutical Sciences, 17:1

เป็นต้น

เมื่อวันพุธที่ 7 เมษายน 2564 สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นำโดย อาจารย์ เภสัชกรหญิง ดร. จิราพร ชินกุลพิทักษ์ คณบดีสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ พร้อมด้วย เภสัชกรหญิง อาจารย์ ดร.ฉวีวรรณ คล่องศิริเวช หัวหน้าสาขาเภสัชกรรมอุตสาหการ สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พร้อมด้วยคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาเภสัชศาสตร์ ได้สรงน้ำพระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคตที่เป็นที่เคารพนับถือ พร้อมด้วยการรดน้ำขอพรจากคณาจารย์ผู้ใหญ่ของสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ เนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2564 ณ โถงกลาง อาคารวิชาการ 9 สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

สหพันธ์นิสิตนักศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย หรือ สนภท. ได้จัดกิจกรรมการแข่งขันทักษะทางด้านเภสัชกรรม (Pharmacy event) ประจำปีการศึกษา 2563 โดยกิจกรรมจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 20 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา ในรูปแบบออนไลน์ผ่านทางโปรแกรม Google meet ในปีนี้ได้จัดการแข่งขันขึ้นทั้งหมด 2 การแข่งขัน ประกอบด้วย การแข่งขันให้คำปรึกษาด้านการใช้ยา (Patient counseling contest) ซึ่งแบ่งเป็นภาคภาษาไทยและภาคภาษาอังกฤษ และการแข่งขันตอบปัญหาทางเภสัชกรรม (Pharmacy quiz) โดยตัวแทนของสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ คือ นศภ.ปุญญิศา สุทธิวรชัย และ นศภ.ลัพธวรรณ ชัยเสนะ สามารถคว้ารางวัลชมเชย ในการแข่งขันให้คำปรึกษาด้านการใช้ยา (ภาคภาษาอังกฤษ) สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ขอแสดงความชื่นชม และยินดีมา ณ โอกาสนี้

 

สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ขอแสดงความยินดีกับ อาจารย์ ดร.ลิตวดี เจือบุญ ในโอกาสที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความรู้ในระดับ Fellow หรือ FHEA จาก The Higher Education Academy ใน The UK Professional Standards Framework หรือ UKPSF ซึ่ง เป็นมาตรฐานทางด้านการศึกษาในระดับนานาชาติ อาจารย์ ดร.ลิตวดี เจือบุญ เป็นบุคลากรสายวิชาการ (อาจารย์) ของสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในลำดับที่ 20 ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความรู้ในระดับ Fellow หรือ FHEA จาก The Higher Education Academy ใน The UK Professional Standards Framework หรือ UKPSF

ปัจจุบันอาจารย์ ดร.ลิตวดี เจือบุญ เป็นอาจารย์สอนในระดับชั้น Pre-clinic, สาขาเภสัชกรรมอุตสาหการ (Pharmaceutical Sciences) สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Enzyme engineering, Mechanistic และ molecular enzymology, Biocatalysis ใน sugar conversion, Stopped-flow technique ในการศึกษา enzyme reaction mechanism, HPLC และ GC techniques (อาทิ LC–ESI-QTOF-MS, HPLC-MSMS, HPLC-RI, GC-FID, และ GC-MS) โดยมีความสนใจเกี่ยวกับเอนไซม์ที่มีประโยชน์ในการเร่งปฏิกิริยาการสังเคราะห์ผลิตภัณฑ์ทางยาหรือสารเคมีที่มีมูลค่าสูง (Enzymes for biocatalysis applications)นอกจากนี้ อาจารย์ ดร.ลิตวดี เจือบุญ ยังมีผลงานทางด้านวิชาการที่โดดเด่นที่ได้รับการตีพมพ์ในวารสารทางวิชาการชั้นนำ อาทิ เช่น One-Pot Bioconversion of L-Arabinose to L-Ribulose in an Enzymatic Cascade. Angewandte Chemie (IF=12.102), Enzymatic fuel cells with an oxygen resistant variant of pyranose-2-oxidase as anode biocatalyst. Biosensors and Bioelectronics (IF= 8.173), และ The Mechanism of Sugar C−H Bond Oxidation by a Flavoprotein Oxidase Occurs by a Hydride Transfer Before Proton. (IF= ‎5.160) ซึ่งอาจารย์ ดร.ลิตวดี เจือบุญ มีบทบาทสำคัญในการทำวิจัยกับทีมต่าง ๆ เช่น พัฒนาโจทย์วิจัยด้านการใช้เอนไซม์สำหรับเปลี่ยนชีวมวล เป็นสารมูลค่าสูงทางเภสัชกรรม สำหรับอุตสาหกรรมปาล์ม โดยดำเนินการร่วมกับทีมวิจัยในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และ ได้พัฒนาโจทย์วิจัย ด้าน Engineering enzyme/ Enzyme kinetic เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสารเคมีที่มีมูลค่ากับสถาบันวิทยสิริเมธีอีกด้วย

 

Promising Anti-MRSA Activity of Brevibacillus sp. Isolated from Soil and Strain Improvement by UV Mutagenesis

 

This project focused on the isolation of soil bacteria that could produce the antibacterial compounds against Staphylococcus aureus and its resistant strains (Methicillin-resistant Staphylococcus aureus). An isolate, named SPR-20, exhibited the highest anti-MRSA activity, and it was identified as Brevibacillus sp. SPR-20. The active compounds in the culture supernatants were more stable as the activity remained more than 90% when subjected to any harmful treatments. SPR-20 was mutagenized by UV radiation to generate the mutant strains that increased antibacterial activity by 10 – 20%. Therefore, SPR-20 is a potential source, and it needs further investigation to search for the novel compounds in the era of antibiotic resistance.

 

Reference.

Songnaka, N.; Lertcanawanichakul, M.; Atipairin, A. Promising Anti-MRSA Activity of Brevibacillus sp. Isolated from Soil and Strain Improvement by UV Mutagenesis. Sci. Pharm. 2021, 89, 1. https://doi.org/10.3390/scipharm89010001

ด้วยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีความประสงค์รับสมัครสอบคัดเลือกนักศึกษาเภสัชศาสตร์ผู้ทาสัญญาฯ ปีการศึกษา 2563 เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานสายวิชาการ ตำแหน่งอาจารย์ หลักสูตรเภสัชศาสตร์ สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ จำนวน 8 อัตรา ทำหน้าที่สอน วิจัย พัฒนางานด้านวิชาการ และบริการวิชาการ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. คุณสมบัติทั่วไป

1.1 ผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 11 แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ.2561

1.2 เป็นผู้ที่กำลังจะสำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต ในปีการศึกษา 2563

1.3 มีคะแนนเฉลี่ยสะสม ไม่ต่ำกว่า 3.25

1.4 มีผลคะแนนสอบภาษาอังกฤษ คือ TOEFL (Paper-Based) ไม่ต่ำกว่า 550 คะแนน หรือผลสอบอื่นที่เทียบเท่า ดังนี้ TOEFL (computer-based) ไม่ต่ำกว่า 213 คะแนน หรือ TOEFL (Internet-based) ไม่ต่ำกว่า 79 คะแนน หรือ IELTS ไม่ต่ำกว่า 6.5 คะแนน หรือ TOEIC ไม่ต่ำกว่า 725 คะแนน หรือ CU-TEP ≈90 คะแนน หรือ CEFR Level = C 1 คะแนน (ยกเว้น 1) ผู้ที่มีตำแหน่งทางวิชาการ 2) ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกหลักสูตรนานาชาติ (ในประเทศ) ซึ่งจะต้องผ่านเกณฑ์ผลการสอบภาษาอังกฤษในการเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาเอกหรือสอบเพื่อสำเร็จการศึกษาด้วยคะแนน TOEFL (Paper-based) ไม่ต่ำกว่า 550 คะแนน หรือผลสอบอื่นที่เทียบเท่า 3) ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากต่างประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสื่อสารหรือศึกษาในหลักสูตรการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ 4) ชาวต่างชาติเจ้าของภาษาที่ได้รับการคัดเลือกและให้บรรจุเป็นอาจารย์สอนภาษานั้น ๆ 5) อาจารย์กลุ่มภาษาตะวันออก (ยกเว้นภาษาไทย)) 6) ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากต่างประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสื่อสารหรือศึกษาในหลักสูตรการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ

1.5 ผู้สมัครที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทจะต้องมีอายุไม่เกิน 30 ปี ยกเว้นผู้ที่มีตำแหน่งทางวิชาการเป็น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ หรือศาสตราจารย์ และบุคคลที่ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะ/ประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ เชี่ยวชาญพิเศษ หรือระดับทรงคุณวุฒิ หรือดำรงตำแหน่งประเภทอื่น ๆ ที่มีชื่อเรียกอย่างอื่นซึ่งมีระดับเทียบได้ไม่ต่ำกว่าระดับชำนาญการขึ้นไปจากสถาบันอุดมศึกษาภายในประเทศหรือต่างประเทศ หรือจากหน่วยงานราชการ/องค์การของรัฐ (กรณีผู้สมัครที่มีอายุเกิน 30 ปี หากหน่วยงานมีเหตุผลและความจำเป็นให้เสนออธิการบดีพิจารณาเป็นกรณีไป)

1.6 กรณีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยที่อยู่ใน World University Ranking แต่มีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามข้อ 1.3 ให้เป็นอำนาจของอธิการบดีที่จะพิจารณาอนุมัติเป็นรายกรณี

2. คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง

2.1 อาจารย์ การบริบาลทางเภสัชกรรม (Pharmaceutical Care)
– สำเร็จการศึกษาหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต สาขาการบริบาลทางเภสัชกรรม

– มีใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม

2.2 อาจารย์ เภสัชศาสตร์สังคมและการบริหาร (Social and Administrative Pharmacy)
– สำเร็จการศึกษาหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต
– มีใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม

3. คุณสมบัติอื่น ๆ

3.1 เป็นผู้ที่สามารถปฏิบัติงานประจำเต็มเวลาได้
3.2 เป็นผู้ใฝ่รู้และมีความตั้งใจจริงในการทำงาน รวมทั้งต้องสามารถทุ่มเทและอุทิศตนให้กับการปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย
3.3 เป็นผู้ที่มีความเข้าใจและยอมรับเกณฑ์การประเมินประสิทธิภาพการทำงานและเงื่อนไขต่าง ๆ ตามที่ มหาวิทยาลัยกำหนด
3.4 ต้องเป็นผู้ที่เคยแสดงความจำนงไม่ประสงค์ชดใช้ทุน หรือไม่ผ่านการคัดเลือกเข้าปฏิบัติงานชดใช้ทุน

4. อัตราเงินเดือน

4.1 วุฒิปริญญาโท อัตราเงินเดือนเริ่มต้น 28,000 บาท
ทั้งนี้อัตราเงินเดือนที่จะได้รับมหาวิทยาลัยจะพิจารณาตามคุณวุฒิการศึกษา ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ตามหลักเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด

5. สวัสดิการและประโยชน์เกื้อกูล
สวัสดิการและประโยชน์เกื้อกูลเทียบได้ไม่น้อยกว่าราชการ เช่น มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ค่าเล่าเรียนบุตร
ค่ารักษาพยาบาล ค่าทำขวัญฯ ประกันภัยอุบัติเหตุ เงินชดเชย สหกรณ์ออมทรัพย์ โครงการเงินกู้ซื้อคอมพิวเตอร์ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ เป็นต้น

6. เอกสารและหลักฐานการสมัคร

6.1 ใบสมัครที่กรอกข้อความสมบูรณ์แล้ว พร้อมติดรูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวกและไม่ใส่แว่นตาสีดำ
ขนาด 1 นิ้ว ถ่ายมาแล้วไม่เกิน 6 เดือน จำนวน 1 รูป
6.2 สำเนาใบปริญญาบัตรหรือประกาศนียบัตร และสำเนาใบแสดงผลการเรียน (Transcript of records)
ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป จำนวนอย่างละ 1 ฉบับ
6.3 สำเนาผลทดสอบภาษาอังกฤษ จำนวน 1 ฉบับ
6.4 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวข้าราชการหรือหนังสือสำคัญประจำตัว จำนวน 1 ฉบับ
6.5 สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 1 ฉบับ
6.6 สำเนาหลักฐานอื่น ๆ เช่น ใบทะเบียนสมรส ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล เป็นต้น จำนวน 1 ฉบับ
6.7 ผู้สมัครที่ผ่านการเกณฑ์ทหารแล้วจะต้องมีหลักฐานผ่านการเกณฑ์ทหาร จำนวน 1 ฉบับ
ผู้สมัครต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้องในสำเนาเอกสารทุกฉบับ หากปรากฏภายหลังว่าผู้สมัครรายใด
มีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่กำหนดไว้ในประกาศรับสมัครแล้วให้ถือว่าผู้สมัครรายนั้นขาดคุณสมบัติในการสมัครและไม่มีสิทธิ์เข้ารับการสอบคัดเลือกหรือบรรจุเป็นพนักงาน

7. การสมัคร
ผู้ประสงค์จะสมัครสอบคัดเลือกเป็นพนักงานของมหาวิทยาลัย สามารถยื่นใบแสดงความจำนงใช้ทุนได้
ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564 ระหว่างเวลา 08.30-16.30 น. (เว้นวันหยุดราชการ) ได้ที่

สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
222 ตำบลไทยบุรี อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช 80160
โทร. 0-7567-2808-10 โทรสาร 0-7567-2814
กรณีที่ผู้สมัครไม่สะดวกที่จะมายื่นใบแสดงความจำนงใช้ทุนด้วยตนเอง สามารถส่งเอกสารทางไปรษณีย์ได้ตามที่อยู่ข้างต้น วงเล็บมุมซองว่า สมัครอาจารย์ (ใช้ทุน)

8. การดำเนินการคัดเลือก
มหาวิทยาลัยจะดำเนินการคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามขั้นตอนดังนี้

8.1 ขั้นตอนที่ 1 พิจารณาประเมินคุณวุฒิการศึกษา ผลการศึกษา ประสบการณ์ ผลงานทางวิชาการ และสาขาวิชาของผู้สมัครให้ตรงกับลักษณะงานวิชาการของตำแหน่งที่จะบรรจุ
8.2 ขั้นตอนที่ 2
(1) เมื่อผู้สมัครผ่านขั้นตอนที่ 1 แล้ว กำหนดให้ผู้สมัครนำเสนอผลงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ในเวลา 10 นาที เพื่อพิจารณาประเมินความสามารถในการนำเสนอ การถ่ายทอดความรู้ ความสามารถด้านวิชาการ และศักยภาพในการเป็นนักวิชาการที่ดี
ในกรณีที่ผู้สมัครมีประสบการณ์และผลงานทางวิชาการเป็นที่ประจักษ์ชัด อาจพิจารณายกเว้น
ไม่ต้องนำเสนอผลงานวิจัยหรือวิชาการดังกล่าวได้โดยจะพิจารณาเฉพาะกรณีไป
(2) ดำเนินการสัมภาษณ์เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่าง ๆ เช่น ทัศนคติ ความสนใจทางวิชาการ ความตั้งใจจริง การแสดงออก มนุษยสัมพันธ์ และบุคลิกภาพอื่น ๆ เป็นต้น

9. การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบกำหนดการสอบ และการประกาศผลการคัดเลือก

(1) มหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิ์ที่จะประกาศรายชื่อผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อกำหนดของมหาวิทยาลัยเป็นคราว ๆ ไป ตามจำนวนและระยะเวลาที่มหาวิทยาลัยเห็นสมควร โดยจะทำการประกาศรายชื่อ
ผู้มีสิทธิ์สอบ กำหนดการสอบ และผลการคัดเลือกผ่านทางเว็บไซต์ และประกาศของมหาวิทยาลัย
(2) มหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิ์ที่พิจารณาประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบหรือเชิญผู้สมัครมาสอบคัดเลือกหรือไม่ก็ได้ตามความเหมาะสม

10. การตรวจสุขภาพร่างกายและการตรวจทางจิตวิทยา

(1) การตรวจสุขภาพร่างกาย ให้ใช้ใบรับรองแพทย์ตามแบบที่มหาวิทยาลัยกำหนด
(2) ผู้ได้รับการคัดเลือกให้ยื่นผลการตรวจทางจิตวิทยาภายใน 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่ได้รับการจ้างเป็นพนักงานของมหาวิทยาลัย สำหรับการตรวจทางจิตวิทยา สามารถตรวจได้ที่โรงพยาบาลของรัฐและให้ใช้ใบรับรองแพทย์ตามแบบที่โรงพยาบาลนั้น ๆ กำหนด
สำหรับค่าใช้จ่ายในการตรวจดังกล่าว ผู้ผ่านการคัดเลือกจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเองทั้งหมด (ทั้งนี้มีสถานพยาบาลที่อยู่บริเวณใกล้เคียงมหาวิทยาลัยที่ให้บริการตรวจ คือ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และโรงพยาบาลท่าศาลา)

11. เงื่อนไขอื่น ๆ

11.1 ผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการเรียกตัวเข้าปฏิบัติงานแต่ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ทันทีในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ในคราวนั้น
11.2 ผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกและขึ้นบัญชี “สำรอง” ไว้ มหาวิทยาลัยจะเรียกตัวต่อเมื่อได้เรียกตัวผู้ผ่านการคัดเลือก “ตัวจริง” แล้วตามลำดับ และหรือมหาวิทยาลัยอาจจะพิจารณาตามความจำเป็นและเหมาะสม
11.3 มหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกและตรวจสอบเอกสารและหลักฐานการสมัครอื่น ๆ ในภายหลังตามความเหมาะสมได้
11.4 การปลอมแปลงหลักฐานและเอกสารการสมัครอาจมีความผิดตามกฎหมาย มหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่พิจารณาให้เข้ารับการสอบคัดเลือกหรือบรรจุเป็นพนักงาน

 

ด้วยสาขานวัตกรรมยาและเครื่องสำอาง สำนักวิชาเภสัชศาสตร์  จัดสอบวิทยานิพนธ์ให้นักศึกษาหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขานวัตกรรมยาและเครื่องสำอาง จึงขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมฟังการสอบวิทยานิพนธ์ของนายภูวดล หมื่นระย้า หัวข้อวิทยานิพนธ์ การพัฒนาและประเมินผลโคลิสตินรูปแบบอนุภาคซิลเวอร์ในระดับนาโนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย (Development and evaluation of colistin silver nanoparticles for enhanced antibacterial activity) ณ ห้องประชุม 101 อาคารวิชาการ 9  ในวันพุธที่ 3 มีนาคม 2564 เวลา 09.00 -12.00 น. โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อภิชาติ อธิไภริน เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลัก และ รองศาสตร์ตราจารย์ ดร.สมชาย สวัสดี เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วม