
สำหรับศิษย์เก่าในตำนานของสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ประจำต้นเดือนสิงหาคม 2564 นี้ ขอนำเสนอ เภสัชกร ฒิ จันทราภัตร์ ศิษย์เก่าสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ รุ่นที่ 5 แห่งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งเป็นที่รู้จักของรุ่นพี่และรุ่นน้องเป็นอย่างดี ซึ่งปัจจุบันปฏิบัติงานในตำแหน่ง Medical Representative บริษัท Novartis (Sandoz) ประเทศไทย จำกัด ซึ่งเป็นงานในสาขาเภสัชกรการตลาด
Admin: สวัสดีครับ ต้องขอขอบคุณเป็นอย่างมากนะครับ ที่เสียสละเวลามาถ่ายทอดมุมมองดี ๆ และประสบการณ์ดี ๆ รวมทั้งประสบการณ์ที่เกิดจากการเรียนรู้ในการทำงาน เพื่อเป็นประโยชน์ให้กับน้อง ๆ นักศึกษาเภสัชศาสตร์ รวมทั้งผู้ที่กำลังศึกษา และหาข้อมูลเพื่อตัดสินใจเข้ามาสู่แวดวงเภสัชกรรมครับ ก่อนอื่นขออนุญาตให้เราได้แนะนำตัวอีกครั้งนะครับ ว่าตอนนี้ปฏิบัติงานในส่วนไหน และมีหน้าที่อย่างไรบ้างครับ
ฒิ: “ขอบคุณอาจารย์มากเลยครับ ขอแนะนำตัวเลยนะครับ สวัสดีครับ ชื่อฒิ จันทราภัตร์ครับ ศิษย์เก่ารุ่นที่ 5 ครับ ปัจจุบันทำงานในตำแหน่ง Medical Representative บริษัท Novartis (Sandoz) ประเทศไทยจำกัด รับผิดชอบดูแลเขตภาคใต้ตอนล่าง สงขลา-นครศรีธรรมราช ครับ”
Admin: ผมว่าหลาย ๆ คนก็คงมีเหตุผลในการเลือกที่จะเข้ามาศึกษาทางด้านเภสัชศาสตร์ เท่าที่ทราบมาค่อนข้างแตกต่างกันมาก ๆ ในส่วนนี้ขอให้ช่วยเล่าเกี่ยวกับหลักคิด และแนวทางในการตัดสินใจเข้ามาศึกษาในรั้วสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ครับ
ฒิ: “สำหรับแนวทางการตัดสินใจตอนนั้นคือผมเรียนสายวิทย์มาครับ ผมก็ไม่รู้ว่าอยากเรียนอะไรเป็นพิเศษ พยายามศึกษาทุกด้าน และหาคำตอบว่าตัวเองนั้นชอบไปในทางด้านไหนครับ แต่ผมก็จะรู้ว่าผมไม่ชอบเรียนวิชาอะไร ซึ่งผมเองไม่ชอบวิชาคำนวณอย่างคณิตศาสตร์หรือฟิสิกส์ จึงเลือกวิชาที่เกี่ยวกับสายสุขภาพเป็นหลัก แต่คิดว่าจะไม่เลือกแพทย์เพราะต้องทุ่มเทมาก เรียนหนัก และการทำงานเช่นการอยู่เวรของแพทย์นั้นหนักมาก ๆ ครับ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้รับมากจากรุ่นพี่ และครูแนะแนวนะครับ แต่เมื่อผมมาเรียนเภสัช ก็เพิ่งมารู้ตอนเรียนว่าเภสัชก็หนัก และต้องใช้คณิตศาสตร์และฟิสิกส์ในการเรียนด้วยครับ ซึ่งก็เข้าใจว่าสิ่งดังกล่าวเป็นพืนฐานในการเล่าเรียนนั่นเองครับ ส่วนการเลือกมหาวิทยาลัย แต่ละคนก็อาจจะมีเหตุผลแตกต่างกัน แต่สำหรับผมจะเป็นมหาวิทยาลัยไหนก็ได้ แต่ขอที่ใกล้ๆ บ้านครับ ผมเองเป็นคนหาดใหญ่ จึงได้เลือกมาเรียนที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ครับ”
Admin: ในการเรียน ณ สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยลักษณ์ ซึ่งในรุ่นที่ 5 นี้ จะเป็นลำดับที่สามที่มีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรจากหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต (หลักสูตร 5 ปี) เป็นหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต (หลักสูตร 6 ปี) ซึ่งถือได้ว่าเป็นยุคแรก ๆ ก็สามารถกล่าวได้นะครับ อยากให้เราช่วยเล่าประสบการณ์ในส่วนนี้ด้วยครับ ว่าเป็นอย่างไรบ้างครับ ซึ่งปัจจุบันค่อนข้างเปลี่ยนไปมาก
ฒิ: “ความรู้สึกผมคือไม่ได้รู้สึกต่างเท่าไหร่ครับ เพราะตอนที่ผมเข้ามาเรียนก็เริ่มเรียนหลักสูตร 6 ปี เลย ซึ่งเป็นรุ่นที่ 3 ของสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ที่มีการเปลี่ยนแปลง เป็นหลักสูตร 6 ปีครับ และระบบเริ่มคงที่แล้ว สำหรับในการเรียนหลักสูตร 6 ปี ในปีสุดท้ายจะเป็นปีที่ฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพฯ ตลอดทั้งปี ตามสาขาที่เราเลือกเรียนครับ ซึ่งก็จะได้ไปฝึกงานในแต่ละสายงานของสาขานั้น ๆ เช่น ถ้าเรียนบริบาลเภสัชกรรม ก็จะได้อยู่ร้านยา โรงพยาบาล และได้ฝึกงานผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน ซึ่งจะมีวอร์ดเฉพาะทางต่างๆ เช่น อายุกรรม เป็นต้นครับ ถ้าเป็นสายเภสัชกรรมอุตสาหการ ก็จะได้อยู่ในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการผลิตยา คิดค้นยา เป็นต้นครับ คิดว่าเป็นโอกาสที่เราจะได้ค้นหาตัวเองด้วยครับ ว่าเราอยู่ในสาขานี้ เมื่อจบออกมาแล้วเราชอบการทำงานประมาณไหน ได้เจอกับผู้ป่วยจริง และ พี่ๆเภสัช รวมถึงทีมสหวิชาชีพจริงๆครับ”
Admin: มีความประทับใจอะไรบ้างครับ ที่ต้องการบอกเล่าให้กับรุ่นน้อง ๆ ได้ทราบ ในการมาศึกษา ณ สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ครับ และอยากให้เราสะท้อนความรู้สึก และข้อเสนอแนะ เพื่อการพัฒนาของสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ครับ
ฒิ: “ความประทับใจในสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ ก็คงจะเป็นเรื่องเพื่อนๆและอาจารย์ครับ ด้วยความที่ช่วงนั้นเรายังเป็นสำนักวิชาที่เปิดใหม่ ยังมีจำนวนคนไม่เยอะ ทำให้อาจารย์ดูแลนักศึกษาอย่างทั่วถึง และเมื่อมีปัญหาอะไร เพื่อนๆ ก็คอยช่วยเหลือกันครับ นอกจากนี้ ก็คงเป็นเรื่องของเครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์ในการทำแลปครับ รู้สึกว่าสำนักวิชาฯ จัดมาให้นักศึกษาพร้อมมากๆ ส่วนสิ่งที่ประทับใจในมหาวิทยาลัยคือ วัว ครับ ผมเคยชนวัวครั้งนึง ก็อยากจะแนะนำน้องๆ ว่าถ้าชนวัวแล้วไม่มีใครรับผิดชอบครับ ให้เราเอาวัวนั้นมาเป็นของเราเลย ถ้าเอามาได้นะครับ”
Admin: ต้องระวังมาก ๆ เลยนะครับ ช่วงนี้จะพบเห็นวัวน้อยลงมากแล้วครับ เนื่องจากมีมาตรการควบคุมอย่างดีครับ แล้วขณะที่กำลังศึกษา ณ สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งแน่นอนจะต้องห่างจากบ้าน และครอบครัว เรามีวิธีการปรับตัวอย่างไรกับการเปลี่ยนแปลงนี้ครับ
ฒิ: “ช่วงแรกก็ค่อนข้างเหงาครับ เพราะบ้านผมอยู่หาดใหญ่ ต้องออกจากบ้านมาอยู่คนเดียวเป็นครั้งแรก วิธีปรับตัวของผมก็คือมีเพื่อนครับ (บางคนก็มีแฟนแต่ผมไม่มี) พอเริ่มมีเพื่อนความเหงาก็หายไปกลายเป็นความวุ่นวายในชีวิตแทน ก็อยากให้น้องๆเลือกคบเพื่อนที่ดี ผมโชคดีที่ได้เจอแต่เพื่อนดีๆ ชวนกันเรียน ชวนกันทำกิจกรรม แบ่งเวลาให้ดีๆ ชีวิตมหาวิทยาลัยมีโอกาสได้ทำอะไรอยากให้ลองทำครับ แต่ขอให้ทำสิ่งที่ถูกและไม่เดือดร้อนใครครับ”
Admin: จากการตัดสินใจเข้ามาปฏิบัติงานในสาขาเภสัชกรรมการตลาด เรามีหลักคิดอย่างไรบ้างครับตรงนี้ เพื่อจะได้เป็นแบบอย่าง และเป็นตัวอย่างแก่รุ่นน้อง ๆ ต่อไปครับ
ฒิ: “จริงๆแล้วสาขาเภสัชกรรมการตลาด เภสัชกรมีบทบาทเยอะมากครับ เช่น การนำเสนอข้อมูลทางวิชาการ เป็นตัวเชื่อมข้อมูลระหว่างบริษัทยาและบุคลากรทางการแพทย์ การทำให้คนไข้เข้าถึงยาได้ง่ายขึ้น แต่สำหรับเหตุผลที่ผมเลือกทำงานในสาขานี้ก็คงคล้ายๆ กับตอนเลือกเข้ามาเรียนเภสัชครับ คือผมไม่รู้ว่าผมชอบอะไร แต่ผมรู้ว่าผมไม่ชอบอะไร ในช่วงปี 6 ที่มีโอกาสได้ฝึกงานเต็มๆ 1 ปี ผมได้ฝึกเกือบทุกสาขายกเว้นสาขาการตลาด ผมเลยลองมาทำงานด้านนี้ดูครับว่าชอบหรือไม่ คงเป็นความโชคดีด้วยครับที่มาทำแล้วรู้สึกว่าชอบ ก็อยากจะให้น้องๆเลือกงานที่ชอบและอยากทำครับ อยากให้เลือกงานที่เราทำแล้วมีความสุข เรื่องของรายได้มันได้เยอะทุกสาขาอยู่แล้วครับถ้าเราขยันทำงาน”
Admin: คุณสมบัติเฉพาะของผู้ที่จะเขามาปฏิบัติงานในสาขานี้ เป็นอย่างไรบ้างครับ และจากการที่เราเป็นบัณฑิตจากสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ คิดว่ามีจุดเด่นอะไรบ้างที่สามารถมาต่อยอดในการปฏิบัติงานในสาขาวิชาชีพนี้ครับ
ฒิ: “คงจะเป็นเรื่องของ mindset ครับ ผมคิดว่า mindset เป็นเรื่องที่ฝึกได้ยากกว่าเรื่องอื่นๆ คือการทำงานอาชีพนี้ เราต้องประสานงานกับคนหลากหลาย เราไม่ได้แค่คุยเฉพาะแพทย์ และเภสัชกรครับ ยังมีพี่พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ที่เราต้องติดต่อด้วย เราเลยต้องคิดว่าเราทำได้ก่อน ไม่ยอมแพ้ ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่สำคัญคงจะเป็นเรื่องความอดทนและการจัดการเวลาครับ เพราะอาชีพนี้ต้องมีการเดินทางและการวางแผนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งความอดทนกับการจัดการผมก็ได้มาจากตอนเรียนที่มหาวิทยาลัยครับ เพราะที่มหาวิทยาลัยมีเรียน 3 เทอม เพราะฉะนั้นการสอบจะค่อนข้างบ่อยกว่าที่อื่น ทำให้เราได้ฝึกเกี่ยวกับการจัดการเวลาด้วยครับ”
Admin: สำหรับในอนาคต มีการวางแผนชีวิต และการดำเนินงานอย่างไรบ้างครับ
ฒิ: “ถ้าในสายงานตัวเอง ก็คงจะทำผู้แทนยาไปอีกสักพักครับ ในช่วงวัยที่ยังมีแรงขับรถอยู่ครับ หากมีโอกาสได้โปรโมทก็คงต้องพิจารณาอีกครั้งว่า ณ เวลานั้นเรามีพันธะต่างๆ เช่น มีครอบครัวหรือมีลูกหรือเปล่าครับ เพราะจริงๆ สายงานนี้ก็มีโอกาสเติบโตไปได้หลายทางมาก หรือไม่ก็คงออกจากวงการนี้ และอาจจะเปิดร้านยาหรือหากิจการอะไรทำสักอย่างครับ แต่ใจจริงแล้วผมอยากเป็นชาวไร่แบบธานอสครับ”
Admin: สิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้เลยนะครับว่า ฒิ ยังเป็นคนที่อารมณ์ดี และมีอารมณ์ขัน สมกับที่เพื่อน ๆ และน้อง ๆ เรียกว่า “ป๋าฒิ” นะครับ อย่างไรก็ดี การทำงานทุกอย่างย่อมเกิดความเครียดได้ การคิดวิเคราะห์ และปรับให้เหมาะสม ด้วยการจัดการที่ดี ก็จะทำให้เราสามารถเจริญก้าวหน้าไปได้ ไม่ว่าจะเป็นในสาขางานที่ทำอยู่ หรือในอนาคตข้างหน้าครับ วันนี้ได้ข้อคิด และข้อมูลที่ดีจากเรามาก ๆ ครับ และขอขอบคุณที่สละเวลามาในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ครับ และหากมีโอกาสอื่น ๆ คิดว่าจะได้สัมภาษณ์เราอีกนะครับผม
ฒิ: ขอบคุณครับอาจารย์

งานประชุมวิชาการเภสัชกรภาคใต้ ประจำปี 2564 “Practicing after the pandemic; the new roles of Thai Pharmacist practitioners” ระหว่างวันที่ 17 – 18 กรกฎาคม 2564 ซึ่งดำเนินการร่วมกับสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี โดยมีเภสัชกรทั่วประเทศลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 500 คน ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขามาบรรยายในหัวข้อที่น่าสนใจ และทันกับยุคสมัยเป็นอย่างยิ่ง ได้รับการตอบรับจากผู้เข้าร่วมประชุมวิชาการในระดับดีมาก งานประชุมวิชาการนี้ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ โดยดำเนินการผ่านชมรมเภสัชกรภาคใต้ มีการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมมีส่วนร่วมในการบรรยายด้วย งานประชุมวิชาการนี้ เภสัชกรที่ดำเนินการตามข้อกำหนด จะได้รับหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องทางเภสัชศาสตร์ 10 หน่วยกิต

เมื่อวันที่ 17 – 18 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพในการจัดงานประชุมวิชาการของชมรมเภสัชกรภาคใต้ ประจำปี 2564 โดยได้ดำเนินการร่วมกับกลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลมหาราชจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.น้ำฟ้า เสริมแก้ว ได้เปิดเผยว่าในปีนี้มีการปรับรูปแบบการประชุมวิชาการเป็นออนไลน์ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดในสถานการณ์ Covid-19 โดยดำเนินการผ่านระบบ Zoom ซึ่งการดำเนินงานประชุมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในการถ่ายทอดการประชุมผ่านระบบ Zoom และกระบวนการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหลาย ๆ แห่งมาร่วมบรรยายในหัวข้อที่น่าสนใจ และทันยุคทันสมัยกับเหตุการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นประโยชน์กับเภสัชกรผู้ปฏิบัติงานในสถานการณ์ปัจจุบันได้เป็นอย่างดี
หลังจากการกล่าวรายงานการประชุมวิชาการ โดย เภสัชกรหญิง สุจิตา กุลถวายพร ประธานชมรมเภสัชกรภาคใต้ และ รองศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิง จิราพร ลิ้มปานานนท์ นายกสภาเภสัชกรรม กล่าวเปิดการประชุมวิชาการทางด้านเภสัชศาสตร์ ได้มีการประกาศรางวัลเภสัชกรภาคใต้ดีเด่น ประจำปี 2563 – 2564 ด้วย ดังนี้
- เภสัชกรภาคใต้ดีเด่น ด้านสาขาเภสัชกรการศึกษา ได้แก่
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกร นิวัติ แก้วประดับ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิง ฐิติมา ด้วงเงิน
- เภสัชกรภาคใต้ดีเด่น ด้านสาขาเภสัชกรรมชุมชน
เภสัชกร ทรงพร โพชนุกูล
เภสัชกร ปณิธิ อมรวัตพงศ์
- เภสัชกรภาคใต้ดีเด่น ด้านสาขาเภสัชกรการตลาด และเภสัชกรรมอุตสาหการ
เภสัชกรหญิง กิตติยา ขอถาวรวงศ์
เภสัชกรหญิง ลักษณ์ศิริน ศิริเสถียร
- เภสัชกรภาคใต้ดีเด่น ด้านสาขาบริการสาธารณสุข
เภสัชกรหญิง รุ่งนภา ทรงศิริพันธ์
เภสัชกร ดุสิต ศุภวัฒนาวงศ์
- เภสัชกรภาคใต้ดีเด่น เภสัชกรภาคใต้ต้นแบบดีเด่น (เน้นการสร้างประโยชน์แก่สังคม)
เภสัชกรหญิง สุวิมล อนันต์ศิริภัณฑ์
เภสัชกร มามุ ตาเหร์
- เภสัชกรภาคใต้รุ่นใหม่ดีเด่น
เภสัชกรหญิง โศภิต สิทธิพันธ์
เภสัชกรหญิง อารยา บุญมี
หลังจากนั้นมีการกล่าววิสัยทัศน์ และตอบคำถาม ของผู้สมัครตำแหน่งนายกสภาเภสัชกรรม ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงของการดำเนินการแล้ว ได้เริ่มต้นการประชุมวิชาการทางด้านเภสัชศาสตร์ โดยเริ่มจากการเสวนาแลกเปลี่ยนหัวข้อ Telepharmacy ร้านยาจะปรับตัวอย่างไร โดย รองศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิง จิราพร ลิ้มปานานนท์ นายกสภาเภสัชกรรม แพทย์หญิง พิรญาณ์ ธำรงธีระกุล ดร.เภสัชกร สุชาติ จองประเสริฐ เภสัชกร วิรุณ เวชศิริ ดำเนินรายการโดย เภสัชกร สมพงษ์ อภิรมย์รักษ์ และ เภสัชกรหญิง สุณีรัตน์ กิตติคุณ และในช่วงบ่ายของวันแรก เป็นการบรรยายเรื่อง “ปลดล็อค กัญชา-กัญชง” โดย ดร.เภสัชกร อนันต์ชัย อัศวเมฆิน คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล สำหรับในวันที่สอง เริ่มโดยการบรรยายในหัวข้อ “วัคซีนโควิด-19 : ประสิทธิภาพและความปลอดภัย” โดย ศาสตราจารย์ แพทย์หญิง ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ตามด้วยการบรรยายในหัวข้อ “Crisis management กับระบบยา” โดย เภสัชกรหญิง วิชชุนี พิตรากูล โรงพยาบาลสมุทรสาคร และในช่วงบ่ายเป็นการบรรยายในหัวข้อ “บทบาทเภสัชร้านยากับผู้ป่วยโรคจิตเวช” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิง เรวดี เจนร่วมจิต คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับเภสัชกรหญิง น้ำฝน ปิยะตระกูลจากโรงพยาบาลสวนปรุง จังหวัดเชียงใหม่

เขียนข่าวโดย: บุญส่ง หวังสินทวีกุล
20 กรกฎาคม 2564
สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้รับการสนับสนุนทุนการศึกษาจากมูลนิธิอาจารย์เกษม ปังศรีวงศ์ และมูลนิธิพระมนตรีพจนกิจ (หม่อมราชวงศ์ชาย ชุมแสง) ประจำปีการศึกษา 2564 เพื่อมอบให้กับนักศึกษาเภสัชศาสตร์ที่มีผลการเรียนดี ประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ นักศึกษาเภสัชศาสตร์ที่สนใจ สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มสมัครเพื่อขอรับทุนการศึกษา
ส่งเอกสารทางอีเมลล์ตามข้อกำหนด ภายในวันที่ 13 สิงหาคม 2564
สัมภาษณ์เพื่อพิจารณารับทุนการศึกษา (ออนไลน์ ผ่านระบบ Zoom) ในวันพุธที่ 18 สิงหาคม 2564
เอกสารที่จะต้องส่ง ประกอบด้วย
- แบบฟอร์มสมัครเพื่อรับทุนการศึกษา PDF WORD
- สำเนาผลการศึกษา (ถึงภาคการศึกษาปัจจุบัน) : Download จาก CES
- หนังสือรับรองความประพฤติจากอาจารย์ที่ปรึกษา PDF WORD
- เรียงความเรื่อง “เหตุผลความจำเป็นในการขอรับทุนการศึกษาในครั้งนี้ (ความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ A4)
กรุณาส่งแบบฟอร์มสมัครฯ และเอกสารที่เกี่ยวข้องมาที่ boonsong.wu@gmail.com และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ผศ.ดร.ภก.บุญส่ง หวังสินทวีกุล (เบอร์โทร 099-3014433) หรือ Line ID: peknucifera
หมายเหตุ:
- นักศึกษาเภสัชศาสตร์ทุกชั้นปีมีสิทธิ์สมัครทุนการศึกษานี้
- ทุนการศึกษาจากมูลนิธิอาจารย์เกษม ปังศรีวงศ์ นักศึกษาเภสัชศาสตร์มีสิทธิ์ขอรับทุนการศึกษานี้เป็นระยะเวลาติดต่อกัน 2 ปี เท่านั้น หากเคยได้รับทุนนี้มาก่อน
- นักศึกษาเภสัชศาสตร์ที่ได้รับทุนการศึกษานี้ จะต้องเข้าร่วมกิจกรรมรับมอบทุนการศึกษาตามกำหนด (อาจจะมีการปรับกิจกรรมให้เข้ากับสถานการณ์ได้)
- ทุนการศึกษาทั้งสองทุน เป็นทุนการศึกษาที่มอบให้ครั้งเดียว และไม่มีข้อผูกมัด
- กรณีเอกสารสมัครไม่ครบ จะไม่ได้รับการสัมภาษณ์และพิจารณา


งานประชุมวิชาการ WU-HSRI conference on Health Science Research จัดโดย สถาบันวิจัยวิทยาการสุขภาพ (สวส.) ร่วมกับสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา โดยมีคณาจารย์สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้นำเสนอผลงานทางวิชาการในงานประชุมวิชาการดังกล่าว จำนวน 3 คน และได้รับรางวัลดีเยี่ยม ดังนี้
- อาจารย์ดร.สุริยน อุ่ยตระกูล

https://expert.wu.ac.th/html/source/DESAboutPersonallist_.php?PERSONID=5300000041
- อาจารย์ ดร.ลิตวดี เจือบุญ

https://expert.wu.ac.th/html/source/DESAboutPersonallist_.php?PERSONID=6200000268
- อาจารย์ ดร.ธิดา โสตถิโยธิน

https://expert.wu.ac.th/html/source/DESAboutPersonallist_.php?PERSONID=5300000105
สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ขอแสดงความยินดีกับคณาจารย์ทั้งสามท่านมา ณ โอกาสนี้
เปิดรับสมัครนักศึกษาเข้าร่วมโครงการ UMAP Thailand Micro-Credential
สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ขอนำเสนอศิษย์เก่าสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ คือ เภสัชกรหญิง อารยา บุญมี ศิษย์เก่าสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ รุ่นที่ 2 แห่งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเภสัชกรชำนาญการ ปฏิบัติงานในตำแหน่งเภสัชกรบริการจ่ายยาผู้ป่วยนอก และบริบาลเภสัชกรรมผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลชุมพรเขตอุดมศักดิ์ จังหวัดชุมพร ซึ่งเภสัชกรหญิง อารยา บุญมี (เบย์) ได้กล่าวว่า “เภสัชกรเป็นวิชาชีพที่มีหน้าที่และความรับผิดชอบตามบริบทสาขาต่าง ๆ ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเภสัชกรในโรงพยาบาล ร้านยา โรงงานยา สมุนไพร การตลาด เภสัชกรรมคุ้มครองผู้บริโภค ตลอดจนเภสัชกรด้านการศึกษาในสถาบันการศึกษา สิ่งหนึ่งที่สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์สอนให้นักศึกษาเภสัชศาสตร์ตระหนักเสมอมา นั่นคือการตั้งมั่นบนจรรยาบรรณวิชาชีพ และการดูแลคนไข้ด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ปลูกฝังอยู่ในจิตวิญญาณของเหล่าศิษย์เก่าเภสัชกรทุกคน”

จากการสัมภาษณ์ เภสัชกรหญิง อารยา บุญมี (เบย์) ได้ข้อคิด และแนวคิดที่น่าสนใจ เป็นประโยชน์แก่รุ่นน้อง ๆ เภสัชกร
Admin : ประสบการณ์การทำงานมีที่ไหนบ้างครับ แต่ละที่เป็นตำแหน่งอะไรบ้าง ระยะเวลานานแค่ไหนครับ ในแต่ละที่
เภสัชกรหญิง อารยา : หนูเริ่มปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ตั้งแต่ปี 2556 ค่ะ รวมอายุงานประมาณ 8 ปี โดยปฏิบัติงานบริการจ่ายยาผู้ป่วยนอก และงานบริบาลเภสัชกรรมผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดค่ะ ตอนนี้ดำรงตำแหน่ง เภสัชกรชำนาญการค่ะ
Admin : ตอนเรียน เบย์ฝึกงานที่ไหนบ้าง และแต่ละที่มีความประทับใจอะไรบ้าง โดยสังเขปครับ
เภสัชกรหญิง อารยา : ในการฝึกปฏิบัติงานหนูเริ่มฝึกปฏิบัติงานตั้งแต่ตอนเป็นนักศึกษาเภสัชศาสตร์ชั้นปีที่ 2 ซึ่งเป็นการดูงานในภาพรวมในส่วนของงานบริการจ่ายยา ที่ รพ.คลองท่อม จ.กระบี่ ซึ่งเป็น รพ.ชุมชนค่ะ หนูมีความประทับใจในพี่ๆบุคลากรที่ความผูกพันกับผู้ป่วย และการดูแลแบบใส่ใจผู้ป่วยในชุมชนของตนเอง
ตอนเป็นนักศึกษาเภสัชศาสตร์ชั้นปีที่ 3 หนูฝึกปฏิบัติงานร้านยาเซียมกวง จ.ชุมพร มีความประทับใจในการดูแลผู้ป่วยในชุมชนของตนเอง ความเป็นกันเองของเภสัชกร และเป็นหน่วยบริการที่ผูกพันธ์ใกล้ชิดกับผู้ป่วย นอกจากนั้นหนูฝึกปฏิบัติงานที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา มีความประทับใจในพี่เภสัชกรที่ทำหน้างานที่หลากหลาย การตรวจการขึ้นทะเบียนร้านยา ตรวจมาตรฐานการทำโรงงานน้ำดื่ม การตรวจสถานประกอบการต่างๆ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆค่ะ
ตอนเป็นนักศึกษาเภสัชศาสตร์ชั้นปีที่ 4 ฝึกปฏิบัติงานโรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินฺธโร อุทิศ กรุงเทพมหานครฯ หนูมีความประทับใจในระบบการจัดยา การทำฉลากยาน้ำในการจ่ายยาผู้ป่วยนอก และระบบการจัดจ่ายยาแบบ unit dose ในผู้ป่วยในค่ะ เนื่องจากมีระบบระเบียบในการจ่ายยาผู้ป่วยในชัดเจนและสะดวกต่อการบริหารยาในหอผู้ป่วย และการฝึกงานร้านยาศรีรัตน์เภสัช จุฬาซอย 5 กรุงเทพมหานคร มีความประทับใจในการดูแลผู้ป่วยในร้านยา การเลือกใช้ยาให้เหมาะสมกับโรคและสภาวะของผู้ป่วย การให้คำแนะนำเรื่องการใช้ยาจากเภสัชกรและความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ป่วย การดูแลเอาใจใส่ของพี่เภสัชกรร้านยาที่มีให้กับผู้ป่วยของตนเองค่ะ
ตอนเป็นนักศึกษาเภสัชศาสตร์ชั้นปีที่ 5 หนูได้มีโอกาสไปฝึกปฏิบัติงานผลิตยาเคมีบำบัด หน่วยผลิตยาเคมีบำบัด รพ.ตำรวจ กรุงเทพมหานครฯ ค่ะ มีความประทับใจในการเตรียมการผลิตยาเคมีบำบัดให้กับผู้ป่วยด้วยมาตรฐานอย่างดีเยี่ยม ได้เรียนรู้เทคนิคการผลิตยาปราศจากเชื้อ และการดูแลผู้ป่วยที่มารับยาเคมีบำบัดค่ะ และต่อจากนั้นได้ฝึกปฏิบัติงานบริบาล
เภสัชกรรมผู้ป่วยใน รพ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช มีความประทับใจในการได้ดูผู้ป่วยทุกๆเตียงในหอผู้ป่วย ได้ทำงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพในการดูแลผู้ป่วย และได้ใช้ความรู้ทางเภสัชกรรมในการดูแลการใช้ยาร่วมกับสหวิชาชีพได้เป็นอย่างดีค่ะ
Admin: ความจำเบย์ดีมาก ๆ เลยครับ แล้วการทำงานในตำแหน่งปัจจุบัน และความตั้งใจเดิมตอนก่อนเข้ามาเรียน ขณะเรียน มีความแตกต่าง หรือมีทิศทางเป็นไปอย่างไรบ้างครับ
เภสัชกรหญิง อารยา : การทำงานในตำแหน่งปัจจุบัน เป็นในทิศทางที่ตัวเองตั้งใจไว้ค่ะ คือการได้ปฏิบัติงานในโรงพยาบาล ทั้งงานบริการจ่ายยา ส่งมอบยาแก่ผู้ป่วย การให้คำปรึกษา การประเมินอาการแพ้ยา อาการไม่พึงประสงค์จากยา รวมถึงการปฏิบัติงานบริบาลเภสัชกรรมผู้ป่วยค่ะ
Admin: ปณิธานในการทำงาน หรือแรงบันดาลใจของการทำงานของเราคืออะไรบ้างครับ
เภสัชกรหญิง อารยา : ปณิธานในการทำงานคือการดูแลผู้ป่วยแบบเป็นองค์รวม ดูที่ตัวผู้ป่วย ไม่ใช่ตัวโรค รักษาที่ตัวผู้ป่วยไม่ใช่รักษาโรคอย่างเดียว เพราะจะเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ป่วยอาการดีขึ้นทั้งกายและใจ ทำให้บุคลากรทางการแพทย์แบบเราก็ปลื้มใจไปกับอาการที่ดีขึ้นของผู้ป่วยค่ะ
Admin: ประทับใจมาก ๆ เลยครับเบย์ แล้วหลักสูตร และรูปแบบการเรียนของเภสัช มวล. มีประเด็นไหนที่เราคิดว่าโดดเด่น ประเด็นไหนที่อยากให้เพิ่มเติม หรือปรับปรุงบ้างครับ
เภสัชกรหญิง อารยา : หลักสูตรของเภสัช มวล. มีสิ่งที่โดดเด่น คือการให้นักศึกษาเภสัชศาสตร์ทุกคนดูแลผู้ป่วยทุกคนแบบเป็นองค์รวม มีการฝึกทักษะการเข้าชุมชน การค้นหาปัญหาของผู้ป่วยในชุมชน การฝึกให้ตนเองค้นคว้าหาความรู้และ update ความรู้ตลอดเวลา ไม่เป็นเภสัชกร Expired อันนี้อยากให้คงไว้ และสืบทอดให้กับน้อง ๆ รุ่นต่อไปด้วยค่ะ
Admin: การใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย และการสร้างตัวตนของเราในอนาคต มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไรบ้าง หากต้องแนะนำให้รุ่นน้อง ๆ เราจะแนะนำการใช้ชีวิตใน มวล. ระหว่างเรียนอย่างไรบ้างครับผม
เภสัชกรหญิง อารยา : ตลอดการเรียนในระดับมหาวิทยาลัยที่ผ่านมา หนูเป็นคนหนึ่งที่เรียนควบคู่กับการทำกิจกรรมมาโดยตลอดค่ะ เช่น การทำกิจกรรมร่วมกับสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ของเราเอง การจัดงานในสำนักวิชาเพื่อสานสัมพันธ์พี่น้อง หรือการอยู่ในชมรมดนตรีไทยในมหาวิทยาลัย สิ่งนี้ทำให้หนูมีความสุขในการเรียนและสร้างตัวตนให้หนูมาจนถึงทุกวันนี้ค่ะ ตามความคิดของหนู เราสามารถเรียนและทำกิจกรรมที่เหมาะสมร่วมกันไปได้โดยแบ่งเวลาให้เหมาะสม เราสามารถสร้างกิจกรรมดีๆ หรือเข้าร่วมกิจกรรมของมหาวิทยาลัยได้ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราได้เพื่อนพี่น้องต่างสำนักวิชา ได้ฝึกการบริหารเวลา มีความเสียสละในการทำงานส่วนรวม ได้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ได้ฝึกการทำงานร่วมกับผู้อื่น ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง คณาจารย์ ตลอดจนการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ดีและเป็นสิ่งที่เป็นพื้นฐานที่สำคัญที่เราควรมีในการทำงานของเราในอนาคตค่ะ
Admin: กิจกรรมทางวิชาชีพที่ดำเนินการอยู่ นอกเหนือจากงานประจำ มีอะไรบ้างครับเบย์ มีประเด็นที่น่าสนใจอะไรบ้างที่เราต้องการแชร์ครับ
เภสัชกรหญิง อารยา : กิจกรรมที่ทำงานอยู่นอกเหนือจากงานบริการจ่ายยาผู้ป่วยนอก และงานบริบาลเภสัชกรรมผู้ป่วยจิตเวชแล้ว ยังมีกิจกรรมเป็นผู้ดำเนินรายการวิทยุ “หนูยาดี มีเรื่องเล่า” ออกอากาศเผยแพร่ทุกศุกร์ที่ 3 ของเดือน ทางสถานีวิทยุกระจาย เสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดชุมพร FM 100 MHz เพื่อบอกเล่าการใช้ยาอย่างสมเหตุผลให้กับประชาชนทั่วไปค่ะ โดยมีการจัดรายการ ซึ่งจะมีการเชิญเภสัชกรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในเรื่องต่างๆมาเป็นแขกรับเชิญของรายการเพื่อพูดคุยประเด็นการใช้ยาอย่างสมเหตุผลให้ประชาชนได้รับทราบ ซึ่งได้รับการตอบรับดีมากค่ะ มีผู้ติดตามฟังเนื้อหาสาระเรื่องยาในทุกๆเดือน มีคำถามเรื่องการใช้ยาสมเหตุผลมาไถ่ถามกันอยู่เสมอ ทำให้เภสัชกรอย่างเราทราบว่า จริงๆแล้วประชาชนมีความสนใจในเรื่องสุขภาพ การใช้ยาอย่างถูกวิธี การเก็บรักษายา ตลอดจนและการใช้ยาในโรคต่างๆเป็นอย่างยิ่งค่ะ ดังนั้นวิชาชีพเภสัชกรจึงสามารถให้ความรู้หรือบอกกล่าวเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน หรือประชาชนที่สนใจได้ค่ะ แต่เมื่อมีช่วงสถานการณ์covid-19ระบาด จึงทำให้ต้องมีการงดการออกรายการไปก่อนช่วงหนึ่ง ซึ่งเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นน่าจะมีการจัดรายการต่อไปค่ะ
Admin: น่าสนใจมาก ๆ เลยครับผม ผู้สนใจ สามารถติดตามรายการดี ๆ จากเบย์และทีมได้เลยนะครับ แล้วแผนในการทำงานของเราเป็นอย่างไรบ้าง ทั้งปัจจุบัน และการพัฒนาตนเองครับผม
เภสัชกรหญิง อารยา : แผนในการทำงานของหนูเองตั้งใจจะทำงานปัจจุบันให้เต็มศักยภาพ เต็มความสามารถค่ะ และมีการวางแผนจะเรียนต่อในระดับปริญญาโท แต่ด้วยสถานการณ์โรคระบาดในปัจจุบันอาจจะมีความขยายแผนตัวเองออกไปอีกระยะหนึ่ง แต่สิ่งทำอยู่ตอนนี้คือ การเรียนออนไลน์ในการประชุมออนไลน์ต่างๆเพื่อเป็นการ update ความรู้ของตนเองค่ะ
Admin: ยอดเยี่ยมมากครับ เป็นแบบอย่างที่ดีแก่รุ่นน้อง ๆ มาก ๆ เลยครับผม สำหรับวันนี้ ต้องขอบคุณเบย์มาก ๆ ที่สละเวลามาให้สัมภาษณ์ และแชร์ประสบการณ์ และสิ่งดี ๆ แก่รุ่นน้อง ๆ ครับ
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ได้ประกาศขึ้นบัญชีผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญประเมินเอกสารทางวิชาการ การวิเคราะห์ การตรวจสถานประกอบการ หรือการตรวจสอบในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ยา พ.ศ.2564 เพื่อทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการ การตรวจสถานประกอบการ หรือการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ยา ซึ่ง รองศาสตราจารย์ เภสัชกร ดร.สมชาย สวัสดี ตำแหน่ง รองศาสตราจารย์ สาขาเภสัชกรรมอุตสาหการ สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้รับการขึ้นบัญชีเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีและเภสัชกรรม/ ด้านการศึกษาชีวสมมูล ประกาศเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ.2564

สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ขอแสดงความยินดีกับ อาจารย์ ดร.ธิพาพรรณ พลายด้วง และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.น้ำฟ้า เสริมแก้ว สาขาเภสัชกรรมอุตสาหการ สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในโอกาสที่ผลงานวิจัยเรื่อง “ไฮโดรเจลจากสารสกัดฟักข้าวสำหรับทากลางคืน” ได้รับการจดอนุสิทธิบัตร
การประดิษฐ์นี้เป็นการพัฒนาไฮโดรเจลบำรุงผิวสำหรับทากลางคืน ประกอบด้วยสารสกัดฟักข้าวที่ได้จากการแช่หมักเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวแห้ง ซึ่งสูตรตำรับใหม่นี้ผ่านการทดสอบแล้วว่า ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรืออาการแพ้ และมีคุณสมบัติช่วยให้ผิวขาวขึ้น เพิ่มความชุ่มชื้น และลดเลือนริ้วรอยได้ดี หากต้องการติดต่อเพื่อเอานวัตกรรมนี้ไปใช้ สามารถติดต่อโดยตรงได้ที่ อาจารย์ ดร.ธิพาพรรณ พลายด้วง สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ หรือที่อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ สำหรับงานวิจัยดังกล่าวนี้ ได้ตอบรับตีพิมพ์ในวารสารในระดับ Q2 แล้ว ซึ่งอยู่ในกระบวนการรอเผยแพร่ออนไลน์ต่อไป

ประวัติของนักวิจัย
- ดร.ธิพาพรรณ พลายด้วง
การศึกษา
| คุณวุฒิ | สาขาวิชา/สถาบันการศึกษา | ปี พ.ศ. |
| ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต | เภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ | 2557 |
| เภสัชศาสตรบัณฑิต
(เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) |
– / มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ | 2551 |
ประสบการณ์การทำงาน
| ตำแหน่งงาน – องค์กรหรือหน่วยงาน | ปี พ.ศ. |
| อาจารย์ สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ | 2557 – ปัจจุบัน |
ความเชี่ยวชาญ
1) การพัฒนาสูตรตำรับยา อาหารเสริม และเครื่องสำอางจากสมุนไพร
2) เทคโนโลยีทางเภสัชกรรม
3) ระบบนำส่งยา
ผลงานทางวิชาการ
1) Sermkaew, N., Plyduang, T. (2020). Self-microemulsifying drug delivery systems of Moringa oleifera extract for enhanced dissolution of kaempferol and quercetin. Acta Pharmaceutica, 70, 77-88.
2) Plyduang, T., Aminan, A., Movellan, J., England, R.M., Wiwattanapatapee, R., Vicent, M.J. (2018). Polyacetal-based combination therapy for the treatment of prostate cancer, Macomolecular Rapid Communications, 39, 1-6.
3) Sermkaew, N., Plyduang, T., Sakunpak, A. (2017). Sustained release multiparticulate oral drug delivery system of Piper betle leaf extract. Thai Journal of Pharmaceutical Sciences (5th IPNaCS Conference issue), 41, 57-60.
- ผศ.ดร.น้ำฟ้า เสริมแก้ว
การศึกษา
| คุณวุฒิ | สาขาวิชา/สถาบันการศึกษา | ปี พ.ศ. |
| ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต | เภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ | 2556 |
| เภสัชศาสตรบัณฑิต
(เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) |
– / มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ | 2551 |
ประสบการณ์การทำงาน
| ตำแหน่งงาน – องค์กรหรือหน่วยงาน | ปี พ.ศ. |
| ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ | 2560 – ปัจจุบัน |
| อาจารย์ สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ | 2557 – 2560 |
ความเชี่ยวชาญ
1) Pharmaceutical Technology
2) Drug Delivery Systems
ผลงานทางวิชาการ
1) Sermkaew, N., Plyduang, T. (2020). Self-microemulsifying drug delivery systems of Moringa oleifera extract for enhanced dissolution of kaempferol and quercetin. Acta Pharmaceutica, 70, 77-88.
2) Petchsomrit, A., Sermkaew N., Wiwattanapatapee, R. (2018). Self-microemulsifying, reconstituted granules for oral administration of curcumin: development and in vitro characterization. Latin American Journal of Pharmacy, 37(4), 740-747.
3) Sermkaew, N., Plyduang, T., & Sakunpak, A. (2017). Sustained release multiparticulate oral drug delivery system of Piper betle leaf extract. Thai Journal of Pharmaceutical Sciences (5th IPNaCS Conference issue), 41, 57-60.
สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ขอแสดงความยินดีกับ อาจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.ธิดา โสตถิโยธิน ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความรู้ในระดับ Fellow จาก The Higher Education Academy ใน UK Professional Standards Framework (UKPSF) ซึ่งเป็นบุคลากรสายวิชาการของสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์คนที่ 21 ที่ได้รับการรับมาตรฐาน UKPSF ซึ่งถือว่าเป็นอาจารย์กลุ่มที่ศึกษาความรู้ที่เกี่ยวข้องด้วยตนเอง ดำเนินการเขียน Application โดยใช้ระบบพี่เลี้ยงในการดำเนินการ จนได้รับการรับรองดังกล่าวนี้

อาจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.ธิดา โสตถิโยธิน จบการศึกษาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาสังคมและสุขภาพ (Health Social Sciences) จากมหาวิทยาลัยมหิดล ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำสาขาบริบาลเภสัชกรรม (เภสัชกรรมสังคมและการบริหาร) โดยมีความสนใจงานด้านสังคมศาสตร์ งานเภสัชกรรมปฐมภูมิ และงานวิจัยเชิงคุณภาพ