เมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569 สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภญ. บุษบรรณ สุขกาญจน์ ร่วมกับวิทยากรพิเศษ ดร.นทธ์ธมนต์ กรรณิกา จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้ในหัวข้อ “โลจิสติกส์พืชสมุนไพรอย่างยั่งยืน (Sustainable Herbal Logistics)” ให้แก่สมาชิกวิสาหกิจชุมชนกลุ่มกระวานบ้านเขาวัง ณ หมู่ที่ 12 ตำบลหินตก อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้โครงการวิจัย “การพัฒนากรอบการจัดการห่วงโซ่อุปทานอัจฉริยะสำหรับกระวานไทยสู่การเป็นสินค้าท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว (GI): การบูรณาการการผลิตเชิงชุมชนกับมาตรฐานคุณภาพเพื่อผลิตภัณฑ์สุขภาพต้านเบาหวาน” ซึ่งมุ่งพัฒนาศักยภาพของชุมชนในการยกระดับการผลิตและการจัดการกระวานไทยให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์สมุนไพรของท้องถิ่น
การอบรมมุ่งเน้นการสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการด้านโลจิสติกส์และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานของพืชสมุนไพร ตั้งแต่กระบวนการผลิต การเก็บเกี่ยว การรวบรวม การแปรรูป การควบคุมคุณภาพ การขนส่ง ตลอดจนการตลาด เพื่อให้สมาชิกวิสาหกิจชุมชนสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการกระวานไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ อันจะนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน
การดำเนินกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยไปถ่ายทอดสู่ชุมชน และส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการท้องถิ่นให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ตลอดจนสนับสนุนการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสมุนไพรท้องถิ่นอย่างคุ้มค่าและรับผิดชอบ
กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงบทบาทของสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยไปถ่ายทอดสู่ชุมชน เพื่อยกระดับศักยภาพของวิสาหกิจชุมชนในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานพืชสมุนไพรอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ และสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานราก อันนำไปสู่การพึ่งพาตนเองและการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
การดำเนินกิจกรรมครั้งนี้สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) หลายด้าน ได้แก่ SDG 1: ขจัดความยากจน (No Poverty) โดยส่งเสริมการสร้างรายได้และเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของวิสาหกิจชุมชนผ่านการยกระดับการจัดการพืชสมุนไพรเศรษฐกิจ SDG 2: ขจัดความหิวโหย (Zero Hunger) ด้วยการสนับสนุนการพัฒนาภาคการเกษตรและการเพิ่มมูลค่าพืชสมุนไพรท้องถิ่นให้เป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างความมั่นคงด้านอาหารและรายได้ของชุมชน SDG 3: สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Good Health and Well-being) ผ่านการพัฒนาวัตถุดิบสมุนไพรที่มีคุณภาพสำหรับการต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพในการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน SDG 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ (Quality Education) โดยการถ่ายทอดองค์ความรู้และเสริมสร้างทักษะด้านโลจิสติกส์และการจัดการห่วงโซ่อุปทานให้แก่สมาชิกวิสาหกิจชุมชน เพื่อให้สามารถประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพได้จริง และ SDG 17: ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Partnerships for the Goals) จากการบูรณาการความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ และวิสาหกิจชุมชน ในการขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกัน
ภาพประกอบข่าว
