สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาความรู้ของเภสัชกร เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เภสัชกรมีการพัฒนาองค์ความรู้ที่ทันสมัยและมีศักยภาพในการปฏิบัติงานด้านต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ อันนำไปสู่การเพิ่มศักยภาพขององค์กรที่ตนสังกัดให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน จึงได้มีกำหนดจัดงานประชุมวิชาการ “WU Pharmacy Forum 2019: Update and Review on Pharmacotherapy in Pharmacy Practice” ในระหว่างวันที่ 7 – 8 กันยายน 2562 ณ โรงแรมแกรนด์ฟอร์จูนนครศรีธรรมราช อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช

การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เภสัชกรได้เพิ่มพูนและทบทวนความรู้ทางวิชาการ ด้านบริบาลเภสัชกรรมที่ทันสมัยและสามารถประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องไปกับแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อตัวผู้ป่วย นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่องของสภาเภสัชกรรมในการพัฒนาเภสัชกร

สมัครเข้าร่วมงานประชุมหรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณสันติ บูหลัง โทร 075-672849

Email santi.bo@mail.wu.ac.th สามารถลงทะเบียนออนไลน์ ได้ที่   http://pharmacywucpe2019.weebly.com


ศูนย์บริการการศึกษา สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ และสำนักด้านสุขภาพ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมจัดกิจกรรมหน่วยบริการสุขภาพเคลื่อนที่ “มหกรรมสุขภาพท่าศาลา” ในวันอังคารที่ 23 กรกฎาคม 2562 เวลา 13.00 – 19.00 น. ณ หาดบ่อนนท์ ตำบลท่าศาลา อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช

ในงานประกอบด้วยกิจกรรมการให้บริการให้คำปรึกษาด้านการใช้ยา การทำยาดมสมุนไพร การตรวจคัดกรองสารเตียรอยด์ในยา ทั้งนี้มีผู้เข้ารับบริการเป็นจำนวนมาก

กิจกรรมบริการวิชาการถือเป็นหนึ่งในงานที่ทางสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มีความตั้งใจและจัดทำขึ้นเพื่อถ่ายทอดความรู้ให้กับประชาชนในชุมชน ควบคู่กับการเรียนการสอน

“สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ ร่วมกับศูนย์ประสานงานการศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (ศ.ศ.ภ.ท.) เป็นเจ้าภาพจัดประชุมวิชาการเภสัชศาสตร์ศึกษาแห่งชาติ ประจำปี 2562: สถานการณ์ปัจจุบันและทิศทางการศึกษาเภสัชศาสตร์ (Thai Pharmacy Education National Conference 2019 : Current Issues and Trends in Pharmacy Education) ระหว่างวันที่ 11 – ที่ 12 กรกฎาคม 2562 ณ โรงแรมแกรนด์ฟอร์จูน จังหวัดนครศรีธรรมราช​ ภายใต้การสนับสนุนจากมูลนิธิเกษม ปังศรีวงศ์ โดยมีคณาจารย์ในคณะเภสัชศาสตร์จาก 19 สถาบันทั่วประเทศ เข้าร่วมกว่า 150 คน

ในการประชุมครั้งนี้ สำนักวิชาฯ ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน เช่น นายกสภาภสัชกรรม ประธานศูนย์ประสานงานการศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย ฯลฯ ร่วมบรรยายพิเศษ นอกจากนี้ คณาจารย์เภสัชกรจากทุกสถาบัน ยังได้เรียนรู้เรื่องการพัฒนาการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์โดยใช้กรอบมาตรฐาน The UK Professional Standard Framework (UKPSF) โดย ผศ.ดร. สุธัญญา ด้วงอินทร์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาการเรียนการสอน และ ผศ.ดร.พูลสิทธิ์ หิรัญสาย ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการเรียนและการสอน ตลอดจนอาจารย์และบุคลากรจาก WU UKPSF Club ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก”

 

ในวันที่ 2 – 3 มิถุนายน 2562 ทางสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้มีการจัด “ค่ายเภสัชเรียนรู้ชุมชนครั้งที่ 12 และกิจกรรมส่งเสริมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ของนักศึกษาร่วมกับสำนักวิชา” ขึ้นสำหรับนักศึกษาเภสัชศาสตร์ชั้นปีที่ 2 ณ ชุมชนบ้านแหลม บ้านหน้าทับ ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช
โดยทางบ้านแหลมโฮมสเตย์ได้กล่าวถึงชุมชนบ้านแหลมไว้ว่า

“บ้านแหลม เป็นชุมชนขนาดเล็ก ชุมชนหนึ่งที่ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าศาลา อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยที่คนในชุมชนกว่าร้อยละ 90 นับถือศาสนาอิสลาม อาชีพหลักของชาวชุมชนคืออาชีพประมงขนาดเล็ก ที่เราจะเห็นเรือประมงขนาดเล็กจอดตามริมฝั่ง ทั่วทั้งชุมชน นอกจากนั้นจะมีอาชีพค้าขายและรับจ้างทั่วไปในพื้นที่ ความน่าสนใจ ของชุมชนบ้านแหลมคือ วิถีชีวิตของชาวชุมชนที่ปรากฏออกมาเป็นอาชีพที่ผู้มาเยือนพบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน จนเกิดเป็นการท่องเที่ยวโดยชุมชน ที่คนในชุมชนเข้ามาบริหารจัดการเอง กลายเป็นรายได้เสริมทำให้คนในชุมชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น”


ซึ่งกิจกรรมที่นักศึกษาได้เข้าร่วมจะเป็นการให้นักศึกษาได้เรียนรู้เกี่ยวกับอาชีพต่างๆของผู้คนในชุมชนบ้านแหลม ได้แก่ การทำเครื่องแกงจากกลุ่มเครื่องแกงบ้านแหลม การทำผ้ามัดย้อมในแบบฉบับของชุมชนบ้านแหลมที่ไม่เหมือนที่ใดๆ การทำขนมปาดาที่มีลักษณะเหมือนโดนัทที่มีไส้ที่เต็มไปด้วยกลิ่นของเครื่องแกงใต้อย่างเข้มข้น นอกจากนั้นยังมีการทำใบยาสูบจากการฉีกใบจาก หรือที่เรียกกันว่า “ปากกัดตีนถีบ” ซึ่งกิจกรรมต่าง ๆ ที่กล่าวมานี้ทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้ถึงวิถีชีวิต และการประกอบอาชีพของชาวบ้านชุมชนบ้านแหลม และในระหว่างการทำกิจกรรมก็ทำให้นักศึกษาได้พูดคุยกับชาวบ้านเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดกัน นอกจากนั้น ที่ชุมชนบ้านแหลมยังมีสวนมัลเบอร์รี่ที่ปลูกโดยสมาชิกในชุมชนให้นักศึกษาได้เดินชมกันอีกด้วย ซึ่งที่สวนมัลเบอร์รี่นี้จะมีการให้ความรู้เกี่ยวกับมัลเบอร์รี่ตั้งแต่การปลูก การดูแล จนกระทั้งการเก็บเกี่ยวผลผลิต และที่สวนมัลเบอร์รี่นั้นยังมีการนำผลมัลเบอร์รี่มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆอีกหลายอย่าง เช่น น้ำมัลเบอร์รี่ แยมมัลเบอร์รี่เป็นต้น ซึ่งน้ำมัลเบอร์รี่นั้นมีรสชาติที่สดใหม่และทำให้รู้สึกสดชื่นเป็นอย่างมาก และกิจกรรมต่อไปที่นักศึกษาได้ทำร่วมกับชาวบ้านชุมชนบ้านแหลมคือการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับศาสนาอิสลาม ซึ่งเป็นศาสนาที่ชาวบ้านส่วนมากนับถือ ในระหว่างการพูดคุยกันนั้น ก็มีนักศึกษาและอาจารย์หลายท่านที่ให้ความสนใจและมีข้อสงสัยเกี่ยวกับศาสนาอิสลาม ทั้งเรื่องแนวคิด ความเชื่อ และการปฎิบัติตัวของคนศาสนาอิสลาม ซึ่งกิจกรรมนี้ถูกจัดขึ้นเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการเป็นเภสัชกรเพื่อคอยดูแลผู้ป่วยที่นับถือศาสนาอิสลามได้อย่างเข้าใจในความแตกต่างของวิถีชีวิต ซึ่งถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดีมากกิจกรรมหนึ่งเลยก็ว่าได้ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาในข้างต้นนั้นเป็นเพียงกิจกรรมในวันแรกเท่านั้น


ในเช้าวันที่สอง นักศึกษาจะถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม โดยกลุ่มแรกนั้นจะเป็นกลุ่มทำบ้านปู บ้านปลาในทะเล และอีกกลุ่มหนึ่งคือการปลูกป่าชายเลน ซึ่งในกลุ่มแรกนั้นจะได้ไปเก็บทางมะพร้าวแห้ง ไม้ไผ่ เพื่อมาทำเป็นบ้านปู บ้านปลา ซึ่งเป็นการอนุบาลสัตว์น้ำอีกวิธีหนึ่งนั่นเอง และในกลุ่มที่สองจะเป็นการนำต้นกล้าของต้นโกงกางไปปลูกในบริเวณพื้นโคลนกลางทะเล โดยทั้งหมดจะนั่งเรือหาปลาออกไปพร้อมกันในเวลาเช้าเพื่อไม่ให้อากาศร้อนจนเกินไป นักศึกษาที่ปลูกป่าชายเลนนั้นก็จะได้เดินลงไปในโคลนเพื่อนำต้นกล้าลงไปปลูกให้ถึงในดิน ส่วนนักศึกษาที่ไปทำบ้านปู บ้านปลานั้นจะต้องลงไปในกลางทะเลที่น้ำลึกประมาณครึ่งเมตรเพื่อที่จะนำไม้ไผ่และทางมะพร้าวลงไปปักในโคลน หลังจากทำภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว นักศึกษาเกือบทุกคนก็ลงจากเรือเพื่อไปเล่นโคลนกันในทะเล โคลนของที่นี่มีความนุ่มละมุนมาก เมื่อนำโคลนมาพอกที่ตัวแล้วทำให้รู้สึกสบายตัวมากขึ้น และถ้ายิ่งนวดไปด้วยละก็จะยิ่งสบายมากขึ้นไปอีก ซึ่งกิจกรรมในวันนี้ทำให้เกิดความตระหนักถึงการอนุรักษ์ป่าชายเลน ท้องทะเล และสัตว์น้ำ
สุดท้ายนี้ ในการไปค่ายทั้งสองวันทำให้เราได้รับอะไรมากมายทั้ง การเรียนรู้อาชีพของชาวชุมชนบ้านแหลม การแลกเปลี่ยนทัศนคติระหว่างชาวพุทธและชาวอิสลาม เพื่อให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแต่ทำตามกันไปด้วยความไม่เข้าใจ และการได้ลงมือปลูกป่าชายเลน ทำบ้านปู บ้านปลาด้วยมือของตัวเองนั้นทำให้เราตระหนักถึงคุณค่าของธรรมชาติรอบตัวเรามากยิ่งขึ้น


เรียบเรียงข่าวโดย นศภ.อนุวรรติ วิทยานันท์

 

“ค่ายหมอยาสร้างเสริมสุขภาพและเรียนรู้ชุมชนครั้งที่ 15

          ค่ายหมอยาสร้างเสริมสุขภาพและเรียนรู้ชุมชนครั้งที่ 15 โดยสหพันธ์นิสิตนักศึกษาเภสัชศาสต์แห่งประเทศไทย (สนภท) ในธีม “Aqua Macy” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1016 มิถุนายน 2562 ณ โรงเรียนบ้านโรงเหล็ก จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยในกิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก อาจารย์ ภญ.ดร.จิราพร ชินกุลพิทักษ์ คณบดีสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม นอกจากนั้นแล้ว ได้รับเกียรติจากนายอำเภอนบพิตำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล สาธารณสุขอำเภอ และผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโรงเหล็ก ร่วมให้โอวาทแก่นักศึกษาและให้ข้อมูลของชุมชน เพื่อให้นักศึกษาใช้เป็นข้อมูลในการเรียนรู้ชุมชน

         ค่ายหมอยาสร้างเสริมสุขภาพและเรียนรู้ชุมชนเป็นค่ายจัดขึ้นโดยนักศึกษาเภสัชศาสตร์ จากสถาบันต่าง ๆ ทั่วประเทศ รวม 19 สถาบัน โดยนักศึกษาเภสัชศาสตร์ชั้นปีที่ 24 ของมหาวิทยาลัยวลักษณ์ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นในฐานะชาวค่ายหรือคณะกรรมการค่าย  ค่ายครั้งนี้นักศึกษาทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ให้กับโรงเรียน เช่น การทาสี และวาดภาพส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียน ลงชุมชนเพื่อเรียนรู้การใช้ชีวิตของคนในชุมชนภาคใต้เเละมีการเเลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อน ๆ นักศึกษาเภสัชศาสตร์จากทุกมหาลัยทั่วประเทศ มีกิจกรรมบริการวิชาการตรวจคัดกรองโรคเรื้อรัง แล้วให้ความรู้ทางวิชาการกับชาวบ้านในงานนิทรรศการวิชาการ เพื่อให้ชาวบ้านได้ปรับเปลี่ยนพฤษติกรรมสุขภาพ โดยนักศึกษาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้ให้ความรู้ในหัวข้อ antibiotic smart use แก่ประชาชน เพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้ที่สนใจ รวมทั้งนักเรียนในการใช้ยาต้านเชื้ออย่างเหมาะสม  นักศึกษาจากมหาลัยต่าง ๆ ได้เรียนรู้ และเล่าประสบการณ์ ผ่านบทสัมภาษเกี่ยวกับประโยช์ที่ได้รับและความรู้สึกเกี่ยวกับกิจกรรมในครั้งนี้

          “ค่ายนี้เป็นค่ายที่ดีมากจริงนอกจากจะทำให้เรารู้ถึงบทบาทหน้าที่ของเภสัชกรที่จริงแล้ว หรือการทำประโยชน์กับส่วนรวมแล้ว ยังส่งเสริมให้เราช่วยเหลือชาวบ้านให้เค้าได้มีการบรรเทาปัญหาต่างๆทั้งทางร่างกายและจิตใจ ทำให้เราเข้าใจมากขึ้นว่าสิ่งที่เราควรทำในฐานะเภสัชกรคืออะไร ทำให้เราเป็นเหมือนส่วนนึงในชีวิตเค้า เราเข้าไปหาเค้าอย่างลูกหลานไม่ใช่คนที่ไปว่าเค้า คนที่ไปสั่งเค้าแต่เราไปเป็นคนที่เข้าใจเค้าอย่างจริงจัง และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการได้มิตรภาพกับบุคคลที่เป็นวิชาชีพเดียวกันทั้ง 19 สถาบัน เป็นเพื่อน พี่ น้อง ที่เราไม่สามารถหาได้จากที่ทั่วไป เป็นบุคคลที่มีเป้าหมายเดียวกันที่จะสร้างประโยชน์ในฐานะเภสัชกรเหมือนกัน งานทุกอย่างที่ทำจึงออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด”

                                                                                                    นศภ.ภากร วิชัยดิษฐ

                                                                                นักศึกษาเภสัชศาสตร์ชั้นปีที่ 3 (ชาวค่าย)

          “ประสบการณ์ดีๆกับวิถีชุมชน” สำหรับค่ายหมอยาสร้างเสริมสุขภาพและเรียนรู้ชุมชน ครั้งที่ 15 ของสหพันธ์นิสิตนักศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย ณ โรงเรียนบ้านโรงเหล็ก อ.นบพิตำ นครศรีธรรมราชครับ บอกเลยว่าค่ายครั้งนี้ไม่ธรรมดาครับ พวกเราทั้งได้ลงชุมชนเพื่อศึกษาวิถีชีวิตพร้อมทั้ง Brainstorm เพื่อวางแผนแก้ปัญหาให้กับชุมชนในด้านสุขภาพ และได้มาร่วมกันทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เช่น ทาสีกำแพงโรงเรียน เครื่องเล่น และอื่นๆ นอกจากนี้เราได้มีการจัดนิทรรศการความรู้ด้านสุขภาพ จัดงานวันเด็ก พร้อมทั้งสร้างเสริมองค์ความรู้ในด้านของสุขภาพอีกด้วย เราได้มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งกันและกันระหว่างชาวค่ายกับชาวบ้านด้วยครับ นอกจากค่ายนี้จะทำให้เรารู้จักชุมชนมากขึ้นแล้ว เรายังได้ทำความรู้จักกับพี่ๆเพื่อนๆน้องๆชาวเภสัชฯอีก 18 มหาวิทยาลัย อีกทั้งได้เติมไฟและแนวคิดในการทำงานดีๆอีกด้วย คงไม่มีคำอื่นที่จะบรรยายความรู้สึกขอบค่ายนี้ออกมา นอกจากคำว่า “รัก”

                                                                                          นศภ.สุรพิชญ์ รัตน์เถลิงศักดิ์

                                                                                นักศึกษาเภสัชศาสตร์ชั้นปีที่ 3 (ชาวค่าย)

          “ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากเลยค่ะ ที่ได้ลองมาเป็นคณะกรรมการค่ายหรือกองเล็ก ซึ่งจะต้องมาค่ายทั้งหมด 10 วัน ถือว่าเป็นเวลามากกว่าชาวค่าย เนื่องจากต้องมาเตรียมความพร้อมสำหรับชาวค่าย ตัวหนูเองคิดว่าเป็นระยะเวลาที่นานมาก แต่พอได้ลองมาทำค่ายจริงๆ เวลา 10 วันมันผ่านไปเร็วมากจริงๆค่ะ หนูได้ลองทำอะไรใหม่ๆหลายอย่างที่ไม่เคยลองทำมาก่อน ได้ลองทำเพื่อส่วนรวม ได้ลองทำอาหารให้ชาวค่าย ปกติแล้วหนูทำอาหารไม่เป็นนะคะ ฮาๆๆๆ ได้ลองเตรียมวัตถุดิบ ได้ลองไปเลือกวัตถุดิบในการปรุงอาหารด้วยตัวเอง ก็เลยรู้สึกว่าเป็นค่ายที่สนุก และทำให้เราได้ประสบการณ์เพิ่มมากขึ้น ทำให้ตัวหนูเองอยากที่จะกลับมาค่ายนี้เองครั้ง เพื่อที่จะมาพบกับเพื่อนๆคณะกรรมการค่ายและชาวค่ายทุกคนอีกครั้งค่ะ หนูคิดว่าค่ายนี้เป็นการสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนๆอีก 18 สถาบันที่เหลือ เพื่อความแน่นแฟ้นในการทำงานของเภสัชกรในอนาคตด้วยค่ะ”            

                                                                                          นศภ.พิชามญชุ์ น้อยมา

                                                                     นักศึกษาเภสัชศาสตร์ชั้นปีที่ 3 (คณะกรรมการค่าย)

 

หลังจากที่ได้ฟังบทสัมภาษณ์ของเพื่อนนักศึกษาเภสัชศาสตร์ทั้ง 3 ท่านแล้ว หวังว่าบทความนี้จะเป็นแรงบันดาลใจและแรงผลักดัน ให้เพื่อน ๆ ท่านอื่น ๆ มีความสนใจในการเข้าค่ายหมอยาสร้างเสริมสุขภาพและเรียนรู้ชุมชนในปีถัด ๆ ไป และได้ลองก้าวออกมาจากกรอบของตนเอง และลองทำสิ่งใหม่ ๆ ที่ตนเองไม่เคยลองทำมาก่อน และหากเพื่อน ๆ คนใดสนใจค่ายหมอยาสร้างเสริมสุขภาพและเรียนรู้ชุมชน แนะนำให้ติดตามข่าวสารให้ดี ๆ เนื่องจากผู้เขียนต้องกระซิบบอกทุกท่านเลยว่า ค่ายนี้มีผู้สนใจเยอะมากเลยทีเดียว

การพัฒนาการสอนภายใต้กรอบ UKPSF (The UK Professional Standards Framework) ของ สำนักวิชาเภสัชศาสตร์

 

 

 

 

 

 

 

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยศูนย์นวัตกรรมการเรียนการสอน ได้จัดอบรม เรื่อง “กรอบมาตรฐานวิชาชีพเพื่อการสอนและการสนับสนุนการเรียนรู้ที่มีคุณภาพของประเทศอังกฤษ (The UK Professional Standards Framework (UKPSF)” ให้แก่คณาจารย์ภายในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

เพื่อก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยแห่งคุณภาพ สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์ ได้นำกรอบมาตรฐานวิชาชีพเพื่อการสอนและการสนับสนุนการเรียนรู้ที่มีคุณภาพของประเทศอังกฤษ หรือ UKPSF (The UK Professional Standards Framework) จาก The Higher Education Academy (HEA),UK มาใช้สำหรับการเรียนการสอน เพื่อให้อาจารย์ผู้สอนมีทักษะความสามารถ มีความเป็นมืออาชีพ ในการสอนมากขึ้น รวมถึงเพื่อให้นักศึกษามีทักษะในการคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ มากกว่าการเรียนแบบท่องจำ ภายใต้องค์ประกอบ 3 ส่วน ที่เชื่อมโยงสัมพันธ์กัน คือ ส่วนที่ 1 Area of Activity กิจกรรมหรือสมรรถนะในการจัดการและสนับสนุนการเรียนรู้ การออกแบบและการประเมินการสอน การให้โจทย์แก่นักศึกษาในการเรียน คิด วิเคราะห์อย่างจริงจัง ส่วนที่ 2 Core Knowledge ความรู้หลัก คือ การมุ่งเน้นให้อาจารย์ผู้สอนมีความรู้ในเนื้อหาอย่างจริงจัง เพื่อให้อาจารย์สอนนักศึกษาได้อย่างถูกต้อง และส่วนที่ 3 Professional Values เกณฑ์คุณค่าในการเป็นอาจารย์ มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนการสอน

ทั้งนี้แล้วหลังการอบรมจะมีการประเมินตามเกณฑ์คุณสมบัติผู้สอน (Descriptor) โดยผู้ผ่านการประเมินจะได้รับยกย่อง ซึ่งแบ่งเป็น 4 ระดับ คือ ระดับที่ 1 Associate Fellow ระดับที่ 2 Fellow ระดับที่ 3 Senior Fellow และ 4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด คือ Principal Fellow
ปัจจุบันสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ได้ส่งคณาจารย์เข้าฝึกอบรมดังกล่าว และได้เข้ารับการประเมินโดยมีคณาจารย์ที่ผ่านการประเมินทั้งสิ้น 4 ท่าน และอนาคตจะมีคณาจารย์ที่อยู่ระหว่างรอเข้ารับการประเมินอย่างต่อเนื่อง สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ขอแสดงความยินดีคณาจารย์ที่ได้รับรองการประเมินทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วย

การรับรองมาตรฐานวิชาชีพเพื่อการสอนและการสนับสนุนการเรียนรู้ที่มีคุณภาพของประเทศอังกฤษ หรือ The UK Professional Standards Framework (UKPSF)

ระดับ Senior Fellow


1. อาจารย์ ดร.จิราพร ชินกุลพิทักษ์ คณบดีสำนักวิชาเภสัชศาสตร์

ระดับ Fellow


1. อาจารย์ ดร.กรวิทย์ อยู่สกุล อาจารย์สำนักวิชาเภสัชศาสตร์


2. อาจารย์ ดร.อรรถรัตน์ พัฒนวงศา อาจารย์สำนักวิชาเภสัชศาสตร์


3. อาจารย์ ดร.เพชรรัตน์ บุญร่วมแก้ว อาจารย์สำนักวิชาเภสัชศาสตร์

For more information about UKPSF  https://cte.wu.ac.th/ukpsf.php