นครศรีธรรมราช – สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) กับ Meiji Pharmaceutical University (MPU) ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสถาบันชั้นนำด้านการศึกษาทางเภสัชศาสตร์ของญี่ปุ่น โดยความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการเรียนการสอน การวิจัย และการแลกเปลี่ยนนักศึกษาในระดับนานาชาติ

การลงนาม MOU ระหว่างทั้งสองสถาบัน มุ่งหวังให้เกิดการพัฒนางานวิชาการและงานวิจัยที่มีคุณภาพ พร้อมต่อยอดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านเภสัชศาสตร์ระหว่างนักศึกษาและคณาจารย์ ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือเชิงรูปธรรมในระยะยาว อันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาวิชาชีพเภสัชศาสตร์ในระดับสากล

ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังสะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาที่มุ่งพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนและสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการกับต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับศักยภาพของบัณฑิตและการวิจัยให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

ตรัง – 27 กันยายน 2568
นศภ.พงศ์พิพัฒน์ มีแก้ว นักศึกษาเภสัชศาสตร์ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้รับคัดเลือกจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรัง ให้เป็น “เด็กและเยาวชนดีเด่นและผู้ทำประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชนจังหวัดตรัง ประจำปี 2568”

พิธีมอบเกียรติบัตรจัดขึ้นในงานมหกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชน เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ จังหวัดตรัง ณ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ตรัง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดตรังเป็นประธานมอบเกียรติบัตร เพื่อเชิดชูเกียรติและเป็นกำลังใจแก่เด็กและเยาวชนที่สร้างคุณประโยชน์ต่อสังคม

การได้รับรางวัลครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของ นศภ.พงศ์พิพัฒน์ ที่ไม่เพียงประสบความสำเร็จด้านการศึกษา แต่ยังอุทิศตนเพื่อกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชน รวมถึงการทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม สอดคล้องกับแนวทางการสร้างสังคมเข้มแข็งและยั่งยืนของจังหวัดตรัง

งานวันเยาวชนแห่งชาติในปีนี้ จัดขึ้นเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและยกย่องเยาวชนต้นแบบ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้แสดงศักยภาพด้านต่าง ๆ ตลอดจนร่วมเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาสังคมไทยต่อไป.

ภาพประกอบข่าว

This slideshow requires JavaScript.

นครศรีธรรมราช – เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ สร้างชื่อเสียงอีกครั้ง หลังคว้ารางวัล “Top 10 SDG Projects 2025” ในงาน WU SDG Day ที่จัดขึ้น ณ ห้องประชุมหัวตะพาน อาคารโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กิจกรรมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเผยแพร่ผลสำเร็จของโครงการบริการวิชาการรับใช้สังคม ภายใต้แนวทางเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ผ่านการนำเสนอทั้งแบบบรรยายและโปสเตอร์

ภายในงานได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก 3 ท่าน ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อภิรักษ์ สงรักษ์, รองศาสตราจารย์ ดร.เจษฏา มิ่งฉาย และรองศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ สุวรรณรักษ์ มาร่วมให้ข้อเสนอแนะเชิงวิชาการ เพื่อพัฒนางานบริการวิชาการของมหาวิทยาลัยให้ยั่งยืนและมั่นคงยิ่งขึ้น

ในปีนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฉวีวรรณ คล่องศิริเวช อาจารย์จากสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ ได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 20 โครงการเพื่อนำเสนอผลงานแบบบรรยาย (Oral Presentation) และสามารถคว้ารางวัล “Top 10 SDG Projects 2025” จากโครงการ “การยกระดับสมุนไพรสู่ผลิตภัณฑ์น้ำมันนวดสมุนไพรชุมชน” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชุดโครงการ “วลัยลักษณ์สุขภาพโมเดล” ที่บูรณาการความร่วมมือกับหลายหน่วยงาน อาทิ ศูนย์บริการวิชาการ สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ สำนักวิชาสหเวชศาสตร์ สำนักวิชาสาธารณสุขศาสตร์ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งชน อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช

รางวัลครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความสำเร็จของการทำงานแบบบูรณาการของทุกภาคส่วน แต่ยังเป็นแรงผลักดันสำคัญให้การพัฒนางานวิชาการด้านเภสัชศาสตร์ก้าวต่อไปสู่การสร้างประโยชน์อย่างยั่งยืนให้แก่ชุมชนและสังคมในวงกว้าง

ภาพประกอบข่าว

This slideshow requires JavaScript.

นครศรีธรรมราช, 14 กันยายน 2568 – สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เข้าร่วมการประชุมวิชาการสามัญประจำปี 2568 จัดโดย ชมรมเภสัชกรรมชุมชน จังหวัดนครศรีธรรมราช ณ โรงแรมทวินโลตัส อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานด้านเภสัชกรรมและสาธารณสุขเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

การเข้าร่วมประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อ ประชาสัมพันธ์ผลงานและบทบาทของสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ สร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ และเสริมสร้างสัมพันธภาพอันดีกับหน่วยงานภายนอก อันจะนำไปสู่การพัฒนาการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการทางวิชาชีพเภสัชกรรมอย่างต่อเนื่อง

ภายในงาน โดยการนำของ ผศ.ดร.ภญ.ฉวีวรรณ คล่องศิริเวช คณบดีสำนักวิชาเภสัชศาสตร์, อ.ดร.ภก.ธนวัฒน์ คงยศ รองคณบดี พร้อมด้วยคณาจารย์และนักศึกษา ได้มีส่วนร่วมในการนำเสนอข้อมูลและสร้างความร่วมมือกับผู้เข้าร่วมประชุม

สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ขอขอบพระคุณ ชมรมเภสัชกรรมชุมชน จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ให้เกียรติเชิญเข้าร่วมงานในครั้งนี้ รวมถึงคณบดี รองคณบดี คณาจารย์ และนักศึกษาที่มีส่วนร่วมในการทำให้งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

ภาพประกอบข่าว

This slideshow requires JavaScript.

นครศรีธรรมราช – สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับสำนักวิชาสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ จัดกิจกรรม “หน่วยแพทย์เคลื่อนที่และเวทีสุขภาพ” เนื่องในวันมหิดล ประจำปี 2568 ณ ที่ว่าการอำเภอช้างกลาง อำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช

ภายในงานมีการให้บริการด้านสุขภาพและเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชน โดย อ.ดร.ธนวัฒน์ คงยศ รองคณบดีสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ พร้อมด้วย ผศ.ดร.ปาจรีย์ ศักดิเศรษฐ คณาจารย์ และตัวแทนนักศึกษาเภสัชศาสตร์ ได้ร่วมเปิดบูธให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ยาปฏิชีวนะและยาแก้อักเสบอย่างสมเหตุผล เพื่อส่งเสริมการใช้ยาอย่างปลอดภัยแก่ผู้เข้าร่วมงานกว่า 400 คน บรรยากาศกิจกรรมเต็มไปด้วยความสนุกสนานและได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ ฝ่ายกิจการนักศึกษาได้แสดงความขอบคุณต่อคณะทำงานโครงการ ตัวแทนคณาจารย์ ตัวแทนนักศึกษา และสำนักวิชาที่ให้การสนับสนุน จนสามารถจัดกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสังคม พร้อมทั้งช่วยพัฒนาศักยภาพทางวิชาการและทักษะการบริการวิชาชีพของนักศึกษาเภสัชศาสตร์ให้ก้าวสู่ความเป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพ

ภาพประกอบข่าว

This slideshow requires JavaScript.

นครศรีธรรมราช – เมื่อวันพุธที่ 11 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นำโดย ผศ.ดร.อรรถรัตน์ พัฒนวงศา นักวิจัยโครงการ “การประเมินฤทธิ์ต้านเบาหวานและการคัดเลือกราเอนโดไฟต์ที่ผลิตสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพของกระวานไทย” ได้ลงพื้นที่ให้ความรู้แก่แรงงานชาวเมียนมา ณ ที่พักคนงาน ตำบลปากพูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช

โครงการดังกล่าวได้รับทุนสนับสนุนจาก โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) และทุนบริการวิชาการเพื่อสังคมของสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ด้านสุขภาพจากพืชสมุนไพรท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ประชาชนและแรงงานข้ามชาติ

ในการอบรมครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประมาณ 20 คน โดย ผศ.ดร.อรรถรัตน์ ได้บรรยายเกี่ยวกับ โรคเบาหวาน อาการและภาวะแทรกซ้อน การวินิจฉัย ตลอดจนการดูแลตนเอง พร้อมทั้งแจกแผ่นพับภาษาพม่า เพื่อให้แรงงานสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างตรงจุด นอกจากนี้ยังได้ยกตัวอย่างสมุนไพรที่มีงานวิจัยสนับสนุนว่าช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด

บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก แรงงานชาวพม่าสนใจและตั้งใจฟังการบรรยายอย่างจริงจัง สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการสื่อสารความรู้ด้านสุขภาพกับกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่อาศัยและทำงานในประเทศไทย

กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ที่ไม่เพียงมุ่งสร้างองค์ความรู้ทางวิชาการ แต่ยังนำงานวิจัยไปต่อยอดเพื่อประโยชน์ของชุมชนและสังคมอย่างแท้จริง

ภาพประกอบข่าว

This slideshow requires JavaScript.

นครศรีธรรมราช – สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการวิจัย “การประเมินฤทธิ์ต้านเบาหวานและการคัดเลือกราเอนโดไฟต์ที่ผลิตสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพของกระวานไทย เพื่อส่งเสริมการใช้ประโยชน์ด้านส่งเสริมสุขภาพ” โดยมี ผศ.ดร.อรรถรัตน์ พัฒนวงศา เป็นหัวหน้าโครงการ และ ผศ.ดร.ธันวา บินล่าเต๊ะ ร่วมวิจัย ภายใต้การสนับสนุนจาก โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) รวมทั้งทุนบริการวิชาการรับใช้สังคมของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

เมื่อวันพุธที่ 10 กันยายน 2568 ทีมวิจัยได้ลงพื้นที่จัดกิจกรรมบริการวิชาการ ณ ศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการ ตำบลสระแก้ว อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านโรคเบาหวานและการดูแลตนเองแก่ผู้พิการและเจ้าหน้าที่ของศูนย์

กิจกรรมประกอบด้วย

  • การตรวจสุขภาพ ได้แก่ การวัดระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และการวิเคราะห์ค่า BMI

  • การให้คำปรึกษาเฉพาะบุคคล สำหรับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน

  • การถ่ายทอดองค์ความรู้ เกี่ยวกับการป้องกันโรคเบาหวาน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต และการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน

มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 50 คน ทั้งผู้พิการและเจ้าหน้าที่ โดยทุกคนได้เข้ารับการตรวจสุขภาพและให้ความสนใจในคำแนะนำอย่างดียิ่ง กิจกรรมครั้งนี้ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่น และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในการเชื่อมโยงงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์กับการสร้างเสริมสุขภาพในชุมชน

โครงการดังกล่าวไม่เพียงเป็นการศึกษาศักยภาพของ กระวานไทย เพื่อใช้ประโยชน์เชิงสุขภาพ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดัน เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 3: Good Health and Well-Being) ตอกย้ำพันธกิจของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในการเป็น “มหาวิทยาลัยเพื่อสังคม”

ภาพประกอบข่าว

This slideshow requires JavaScript.

นครศรีธรรมราช – มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดย อาจารย์ ดร.เพชรรัตน์ บุญร่วมแก้ว และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐิกานต์ นกแก้ว สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ จัดโครงการบริการวิชาการรับใช้สังคม “ตรวจน้ำหนักประเป๋าและการจัดวางสิ่งของ พร้อมให้ความรู้แก่นักเรียนในการเลือกและใช้กระเป๋านักเรียนอย่างถูกต้อง” เพื่อส่งเสริมสุขภาพและลดภาระต่อระบบกระดูกและกล้ามเนื้อของเด็กนักเรียน

ตลอดการดำเนินโครงการ ทีมคณาจารย์และนักวิชาการได้ลงพื้นที่กว่า 7 ครั้ง ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการประเมินน้ำหนักกระเป๋า ให้ความรู้เรื่องการเลือกใช้และสะพายกระเป๋าอย่างถูกวิธี ตลอดจนการติดตามผล โดยกิจกรรมจัดขึ้น ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านหลังอ้ายหมี อำเภอชะอวด และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านห้วยตง อำเภอนบพิตำ รวมถึงโรงเรียนเครือข่ายศูนย์การศึกษาพิเศษ จังหวัดนครศรีธรรมราช

การตรวจประเมินมุ่งไปที่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และกลุ่มบุตรหลานแรงงานต่างด้าว โดยเน้นให้นักเรียนฝึกปฏิบัติจริงในการจัดสิ่งของในกระเป๋าให้น้ำหนักไม่เกิน 10–15% ของน้ำหนักตัว พร้อมคำแนะนำให้วางของหนักชิดด้านหลังและของเบาไว้ด้านนอก นอกจากนี้ยังสอนท่าทางออกกำลังกายยืดเหยียดเพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อย

ในส่วนของศูนย์การศึกษาพิเศษ คณะทำงานได้จัดกิจกรรมพัฒนาการสำหรับเด็กกลุ่มเปราะบาง ผ่านการเล่นเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อมัดใหญ่–มัดเล็ก และการฝึกออกเสียง เพื่อสนับสนุนการสื่อสารและพัฒนาการด้านร่างกาย

โครงการนี้ตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในการนำองค์ความรู้มาสนับสนุนการพัฒนาสุขภาพที่ยั่งยืนของเยาวชนในพื้นที่ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG 3: Good Health and Well-Being และพันธกิจการเป็น “มหาวิทยาลัยเพื่อสังคม”

ภาพประกอบข่าว

This slideshow requires JavaScript.

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 ณ ชุมชนบ้านเขาวัง อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นำโดย ผศ.ดร.อรรถรัตน์ พัฒนวงศา หัวหน้าโครงการวิจัย พร้อมด้วยคณาจารย์ผู้ร่วมวิจัย ได้แก่ ผศ.ดร.บุษบรรณ สุขกาญจน์, ผศ.ดร.ธันวา บินล่าเต๊ะ, รศ.ดร.มณฑล เลิศคณาวนิชกุล และ ผศ.ดร.สืบตระกูล วิเศษสมบัติ ได้ลงพื้นที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านสมุนไพรและสุขภาพ แก่ประชาชน สมาชิกวิสาหกิจชุมชน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กว่า 50 คน

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ ชุดโครงการวิจัย “การประเมินฤทธิ์ต้านเบาหวานและการคัดเลือกราเอนโดไฟต์ที่ผลิตสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพของกระวานไทย เพื่อส่งเสริมการใช้ประโยชน์ด้านสุขภาพ” ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจาก โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ประจำปีงบประมาณ 2568

การถ่ายทอดความรู้ในครั้งนี้ครอบคลุม 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

  1. ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานและประสิทธิภาพของกระวานไทยที่ปลูกในชุมชนบ้านเขาวังต่อการต้านเบาหวาน

  2. การศึกษาและคัดเลือกราเอนโดไฟต์ที่แยกได้จากกระวานไทย รวมถึงประโยชน์ของราเอนโดไฟต์ต่อสุขภาพ

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมตรวจสุขภาพให้แก่ผู้เข้าร่วม อาทิ การวัดระดับน้ำตาลในเลือด การตรวจวัดความดันโลหิต และการให้คำแนะนำด้านสุขภาพโดยทีมวิจัย

จากกิจกรรมครั้งนี้ ประชาชนได้รับความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคเบาหวาน ตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันและการดูแลสุขภาพ รวมถึงเข้าใจถึงคุณค่าของ “กระวานไทย” และราเอนโดไฟต์ในการต้านเบาหวานและการเสริมสุขภาพ ตลอดจนเห็นแนวทางการต่อยอดการใช้ประโยชน์ของกระวานไทยในหลากหลายรูปแบบ เช่น อาหาร ยาดม ยาหม่อง และชากระวาน ซึ่งจะช่วยสร้างคุณค่าเพิ่มและส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนในอนาคต

ภาพประกอบข่าว

This slideshow requires JavaScript.

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2568 สโมสรนักศึกษาเภสัชศาสตร์ พร้อมด้วยผู้ช่วยคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เข้าร่วมการประชุมสัญจรคณะกรรมการพัฒนาศักยภาพนิสิตนักศึกษาที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ณ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

การประชุมสัญจรในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีด้านการพัฒนาศักยภาพนิสิตนักศึกษา โดยในปีนี้มีการจัดนิทรรศการ “แบ่งปันประสบการณ์การพัฒนาศักยภาพนักศึกษา” จากสถาบันต่าง ๆ ทั่วประเทศ สโมสรนักศึกษาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้นำเสนอหัวข้อ “อาจารย์ที่ปรึกษา: กลไกในการพัฒนาสุขภาวะอันเป็นรากฐานความสำเร็จของนักศึกษาเภสัชศาสตร์” เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางการเสริมสร้างสุขภาวะทั้งด้านกาย จิตใจ และสังคมของนักศึกษา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเรียนรู้และความสำเร็จทางวิชาการ

การเข้าร่วมประชุมและนิทรรศการในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเผยแพร่ผลงานและนวัตกรรมด้านการพัฒนานักศึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพและศักยภาพบัณฑิตไทยให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

ภาพประกอบข่าว

This slideshow requires JavaScript.