สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ขอแสดงความยินดีกับ อาจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.ฉวีวรรณ คล่องศิริเวช หัวหน้าสาขาเภสัชกรรมอุตสาหการ สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในโอกาสที่ผ่านการรับรองความรู้ระดับ “Fellow” จาก the Higher Education Academy หรือ HEA จากประเทศอังกฤษ ใน UK Professional  Standards Framework หรือ UKPSF

ซึ่ง อาจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.ฉวีวรรณ คล่องศิริเวช เป็นหัวหน้าสาขาเภสัชกรรมอุตสาหการ สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ดูแลกิจกรรมการเรียน การสอน การวิจัย และบริการวิชาการของสาขาวิชาเภสัชกรรมอุตสาหการ และได้เข้ารับการอบรม UK Professional Standards Framework (UKPSF) ซึ่งจัดโดยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มีคณาจารย์ที่ได้รับการรับรองไปในรุ่นที่ 1, 2 และ 3 แล้ว 15 คน ซึ่งถือได้ว่าผ่านการประเมินความรู้ 100% ภายใต้การนำของ อาจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.จิราพร ชินกุลพิทักษ์ คณบดีสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งได้รับการรับรองในระดับ Senior Fellow แล้ว และเป็นเภสัชกรท่านแรกของประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองนี้ ปัจจุบันมีคณาจารย์สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ที่ผ่านการอบรม Pre-UKPSF กำลังดำเนินเกี่ยวกับ Application เพื่อประเมินและรับใบรับรองมาตรฐานความรู้จาก HEA ต่อไป ภายใต้การสนับสนุนของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งจะเห็นได้ว่าทางสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาการเรียนการสอน ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และมาตรฐานวิชาชีพเภสัชกรรม

ด้วยสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ ขอเชิญทุกท่านร่วมทำบุญ “หล่อเทียนพรรษาไล่ยุง” เนื่องในวันเข้าพรรษา ประจำปี 2563 ณ วัดโพธิ์นิมิต ต.นาพรุ อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช หากท่านใดสนใจ มีจิตศรัทธา จะร่วมทำบุญ สามารถร่วมทำบุญได้ที่ ห้องธุรการสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ หรือโอนเงิน (ตามกำลังศรัทธา) เข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย เลขบัญชี 828-0-14221-5 ชื่อบัญชี นางสาวฉวีวรรณ คล่องศิริเวช พร้อมทั้งส่งหลักฐานการโอนเงิน มาที่ kjira@wu.ac.th
ขอกุศลผลบุญที่ท่านได้กระทำในครั้งนี้…เป็นดังแสงสว่างนำพาทุกท่านได้พบเจอแต่ความสุขความเจริญถ้วนหน้าทุกคนทุกท่านเทอญ

สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ขอแนะนำอาจารย์ใหม่ ประจำเดือน มิถุนายน 2563 จำนวน 3 คน

(1) อาจารย์ เภสัชกร ดร.สุริยน อุ่ยตระกูล

อาจารย์ เภสัชกร ดร.สุริยน  อุ่ยตระกูล  จบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาการบริบาลทางเภสัชกรรม จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  เริ่มงานเป็นอาจารย์ครั้งแรกในสำนักวิชาเภสัชศาสตร์  มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์  ด้วยมีความสนใจเป็นพิเศษเรื่องการบริบาลผู้ป่วยโรคมะเร็ง  จึงลาออกไปศึกษาต่อปริญญาโทสาขาวิทยาศาสตร์โรคมะเร็ง (Cancer Sciences) ณ มหาวิทยาลัยกลาสโกว (University of Glasgow)  และปริญญาเอกสาขาการศึกษาโรคมะเร็ง (Cancer Study) ณ มหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล (Newcastle University)  สหราชอาณาจักร เมื่อกลับมาปฏิบัติงานที่สำนักวิชาเภสัชศาสตร์  มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์อีกครั้ง  อาจารย์สุริยนมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนางานวิจัยและวิชาการเกี่ยวกับโรคมะเร็ง  โดยเฉพาะงานวิจัยเวชศาสตร์ปริวรรต (translational medicine) เพื่อนำองค์ความรู้ที่สังเคราะห์ในห้องปฏิบัติการมาสู่การรักษาผู้ป่วยจริงในโรงพยาบาล (from bench to bed)  นอกจากนั้นยังมีความตั้งใจจะพัฒนางานเภสัชกรรมโรคมะเร็ง ณ ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์และโรงพยาบาลเครือข่ายอีกด้วย

 

(2) อาจารย์ เภสัชกร ภูวดล หมื่นระย้า

อาจารย์ เภสัชกร ภูวดล หมื่นระย้า เป็นบัณฑิตเภสัชศาสตร์ (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) จากสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งในระหว่างศึกษาได้ศึกษาเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ Bacterial cellulose สำหรับควบคุมการปลดปล่อยตัวยา และมีประสบการณ์ในการฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพเภสัชกรรมในการผลิตยา การควบคุมคุณภาพและการประกันคุณภาพของยาจากบริษัท T.O.Chemical Industry จำกัด และการวิจัยและพัฒนายาจากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่ง อาจารย์ ภก.ภูวดล มีความสนใจทางด้าน Pharmaceutical Biotechnology และ Novel Drug Delivery system

 

(3) อาจารย์ เภสัชกรหญิง ชนากานต์ สิทธิศักดิ์
อาจารย์ เภสัชกรหญิง ชนากานต์ สิทธิศักดิ์ เป็นบัณฑิตเภสัชศาสตร์ (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) จากสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งในระหว่างศึกษาได้ศึกษาเกี่ยวกับ การแยกและคัดเลือกเชื้อแบคทีเรียจากดินที่มีศักยภาพในการสร้างยาปฏิชีวนะ (Isolation and selection of antimicrobial-producing bacteria from soil samples) ซึ่งอาจารย์ เภสัชกรหญิง ชนากานต์ มีความสนใจทางด้าน Pharmaceutical Biotechnology

บทความทางวิชาการ เรื่อง Inhaled medication in COPD โดย อาจารย์ เภสัชกรหญิง ณิชกานต์ อภิรมย์รักษ์ อาจารย์สาขาบริบาลเภสัชกรรม สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับรองศาสตราจารย์ สุณี เลิศสินอุดม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับการเผยแพร่ สำหรับการศึกษาต่อเนื่องทางเภสัชศาสตร์สำหรับเภสัชกร ภายใต้สถาบันหลักคือ สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) โดยมีรหัสกิจกรรมคือ 2002-1-000-003-03-2563 (2.5 หน่วยกิต)

โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง COPD (Chronic Obstructive Pulmonary Disease) เป็นปัญหาสําคัญทางสาธารณสุขของประเทศต่างๆ ทั่วโลก โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้กลับมาเป็นปกติได้ (not fully reversible airway obstruction) ดังนั้นเป้าหมายที่สำคัญในการรักษา คือ การลดอาการในปัจจุบัน และป้องกันผลเสียของการรักษาไม่ดีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ได้แก่ การลดความเสี่ยงในการเกิดการกำเริบ (exacerbation), ชะลอการดำเนินไปของโรคและลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วย ยาหลักที่ใช้ในการรักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง คือ ยาสูดขยายหลอดลม (inhaled bronchodilators) ได้แก่ ยากลุ่ม beta2-agonist และ anticholinergic และยา anti-inflammatory ได้แก่ inhaled-corticosteroids (ICS) การใช้ยาในรูปแบบสูดจะเป็นการนำส่งยาไปสู่ปอดโดยตรง ทำให้ได้ผลการรักษาที่ดีและเกิดอาการไม่พึงประสงค์น้อย โดยเครื่องมือที่ใช้นำส่งยาสูดมีหลายรูปแบบและมีวิธีการใช้แตกต่างกัน ซึ่งต้องอาศัยการใช้เครื่องมือได้อย่างถูกต้องของผู้ป่วย เพื่อให้ยาในรูปแบบสูดมีประสิทธิภาพในการรักษาที่ดี

สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ขอแสดงความยินดีกับ อาจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.ศิราณี ยงประเดิม หัวหน้าสาขาบริบาลเภสัชกรรม สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในโอกาสที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความรู้ระดับ “Fellow” จาก the Higher Education Academy หรือ HEA จากประเทศอังกฤษ ใน UK Professional  Standard Framework หรือ UKPSF

ซึ่งอาจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.ศิราณี ยงประเดิม เป็นอาจารย์ที่เข้ารับการอบรม UK Professional Standards Framework (UKPSF) รุ่นที่ 3 ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งอาจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.ศิราณี ยงประเดิม เป็นอาจารย์ในสาขาย่อยวิชาเภสัชศาสตร์สังคมและการบริหารท่านแรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานนี้ นอกจากงานด้านการเรียนการสอน และการวิจัยด้านเภสัชศาสตร์สังคมและการบริหารแล้ว อาจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.ศิราณี ยงประเดิม ยังได้รับการยอมรับในแวดวงวิชาการด้านเภสัชศาสตร์สังคมและการบริหาร ได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ต่าง ๆ โดยเฉพาะ “เภสัชกรรมปฐมภูมิ” ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ในการทำงานให้กับหน่วยงานต่าง ๆ สถาบันการศึกษาต่าง ๆ จำนวนมาก

สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มีคณาจารย์ที่ได้รับการรับรองไปในรุ่นที่ 1, 2 และ 3 แล้ว 14 คน ภายใต้การนำของ อาจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.จิราพร ชินกุลพิทักษ์ คณบดีสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งได้รับการรับรองในระดับ Senior Fellow แล้ว และเป็นเภสัชกรท่านแรกของประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองนี้ และในขณะเดียวกันคณาจารย์สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ ได้ผ่านการอบรม Pre-UKPSF ซึ่งจัดโดยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และกำลังถยอยเข้ารับการอบรม UKPSF นี้อีกในระยะอันใกล้  ซึ่่งคณาจารย์ทุกคนของสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ ผ่านการอบรม Pre-UKSF ทุกคน ซึ่งจะเห็นได้ว่าทางสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาการเรียนการสอน ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และมาตรฐานวิชาชีพเภสัชกรรม

สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ขอแสดงความยินดีกับ อาจารย์ เภสัชกรหญิง อภิชญา ชนะวงศ์ อาจารย์ประจำสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในโอกาสที่ผ่านการรับรองระดับ “Fellow” จาก the Higher Education Academy หรือ HEA จากประเทศอังกฤษ ใน UK Professional  Standard Framework หรือ UKPSF

ซึ่งอาจารย์ เภสัชกรหญิง อภิชญา ชนะวงศ์ เป็นอาจารย์ที่เข้ารับการอบรม UK Professional Standards Framework (UKPSF) รุ่นที่ 3 ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และเป็นอาจารย์ท่านแรกของสาขาบริบาลเภสัชกรรม ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความรู้ UKPSF ในระดับ Fellow นับได้ว่าเป็นอาจารย์สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ สาขาบริบาลเภสัชกรรมท่านแรก ๆ ของประเทศไทย ที่ได้รับการรับมาตรฐานดังกล่าวนี้

ซึ่งสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มีคณาจารย์ที่ได้รับการรับรองไปแล้วกว่า 13 คน ภายใต้การนำของ อาจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.จิราพร ชินกุลพิทักษ์ คณบดีสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งได้รับการรับรองในระดับ Senior Fellow แล้ว และเป็นเภสัชกรท่านแรกของประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองนี้ และในขณะเดียวกันคณาจารย์สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ ได้ผ่านการอบรม UKPSF นี้ ซึ่งจัดโดยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์กว่า 20 แล้ว  ซึ่่งคณาจารย์ทุกคนของสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ ผ่านการอบรม Pre-UKSF ทุกคน ซึ่งจะเห็นได้ว่าทางสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาการเรียนการสอน ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และมาตรฐานวิชาชีพเภสัชกรรม

ด้วยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีความประสงค์รับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลทั่วไปเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานสายวิชาการ ตำแหน่งอาจารย์ หลักสูตรเภสัชศาสตร์ สังกัดสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ จำนวน 11 อัตรา ทำหน้าที่สอน วิจัย พัฒนางานด้านวิชาการ และบริการวิชาการ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. คุณสมบัติทั่วไป

1.1 ผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 11 แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ.2561
1.2 เป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรที่เน้นการวิจัย
1.3 คะแนนเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาตรีไม่ต่ำกว่า 2.75 ระดับปริญญาโทหรือเทียบเท่าไม่ต่ำกว่า 3.50 กรณีหลักสูตรพิเศษที่มีปีการศึกษาเทียบเท่าระดับปริญญาโทหรือปริญญาตรีหลักสูตร 6 ปี เช่น หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ทันตแพทยศาสตรบัณฑิต สัตวแพทยศาสตรบัณฑิต และเภสัชศาสตรบัณฑิต ไม่ต่ำกว่า 3.25
1.4 มีผลคะแนนสอบภาษาอังกฤษ คือ TOEFL (Paper-Based) ไม่ต่ำกว่า 550 คะแนน หรือผลสอบอื่นที่เทียบเท่า ซึ่งมีระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี นับจนถึงวันสมัคร ดังนี้
CEFR B2/ WU-TEP 84/ IELTS 6.5/ TOEFL IBT (Internet-Based Test) 80/ TOEFL PBT (Paper-Based Test) 550/ TOEFL ITP (Institutional Testing Program) 550/ TOEIC 686/ TOEFL CBT (Computer-Based Test) 213/ CU-TEP 100

กรณีผู้สมัครที่มีผลคะแนนภาษาอังกฤษ TOEFL (Paper-Based) ต่ำกว่า 550 คะแนน แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 500 คะแนน มหาวิทยาลัยอนุโลมให้สมัครและ/หรือเข้ารับการคัดเลือกเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยได้ และเมื่อได้รับการคัดเลือกจะต้องทำสัญญาจ้างโดยมีเงื่อนไข ดังนี้

1) ต้องลงเรียนภาษาอังกฤษอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะผ่านตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด
2) ต้องส่งผลคะแนนสอบภาษาอังกฤษ TOEFL (Paper-based) ไม่ต่ำกว่า 550 คะแนน ภายในระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับบรรจุแต่งตั้งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย

สำหรับผู้สมัครที่มีคุณลักษณะต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีผลสอบภาษาอังกฤษ

1) ตำแหน่งงานที่มหาวิทยาลัยจ้างงานประเภทลูกจ้างชั่วคราว
2) ชาวต่างชาติเจ้าของภาษาที่ได้รับการคัดเลือกและให้บรรจุเป็นอาจารย์สอนภาษานั้น ๆ
3) อาจารย์กลุ่มภาษาตะวันออก (ยกเว้นภาษาไทย))
4) ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากต่างประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสื่อสารหรือศึกษาในหลักสูตรการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ
5) ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากต่างประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสื่อสารหรือศึกษาในหลักสูตรการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ
6) ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกหลักสูตรนานาชาติในประเทศ จะต้องผ่านเกณฑ์ผลการสอบภาษาอังกฤษในการเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาเอกหรือสอบเพื่อสำเร็จการศึกษาด้วยคะแนน TOEFL (Paper-based) ไม่ต่ำกว่า 550 คะแนน หรือผลสอบอื่นที่เทียบเท่า
7) ผู้ที่มีตำแหน่งทางวิชาการ (ผศ. รศ. และศ.)

1.5 ผู้สมัครที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทจะต้องมีอายุไม่เกิน 30 ปี ยกเว้นผู้ที่มีตำแหน่งทางวิชาการ (ผศ. รศ. ศ.) และบุคคลที่ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะหรือประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ เชี่ยวชาญพิเศษ หรือระดับทรงคุณวุฒิ หรือดำรงตำแหน่งประเภทอื่น ๆ ที่มีชื่อเรียกอย่างอื่นซึ่งมีระดับเทียบได้ไม่ต่ำกว่าระดับชำนาญการขึ้นไปจากสถาบันอุดมศึกษาภายในประเทศหรือต่างประเทศ หรือจากหน่วยงานราชการหรือองค์การของรัฐ (กรณีผู้สมัครที่มีอายุเกิน 30 ปี หากหน่วยงานมีเหตุผลและความจำเป็นให้เสนออธิการบดีพิจารณาเป็นกรณีไป)
1.6 กรณีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยที่อยู่ใน World University Ranking แต่มีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามข้อ 1.3 ให้เป็นอำนาจของอธิการบดีที่จะพิจารณาอนุมัติเป็นรายกรณี

หมายเหตุ : ผู้สมัครที่ไม่มีผลสอบภาษาอังกฤษหรือมีแต่ไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด หรือมีเกรดเฉลี่ยสะสมต่ำกว่าที่กำหนด หรือผู้มีวุฒิปริญญาโทแต่อายุเกิน 30 ปี สามารถสมัครได้ โดยสำนักวิชาอาจเสนอจ้างเป็นอาจารย์สัญญาจ้าง 1 ปี โดยพิจารณาเป็นรายกรณี ๆ ไป

2. คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง

2.1 อาจารย์ สังกัดสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ จำนวน 3 อัตรา
– สำเร็จการศึกษา วุฒิ ภ.บ. (บริบาล เภสัชกรรม) หรือ ภ.บ. (เภสัชศาสตร์)
– สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท/เอก สาขาเภสัชกรรมคลินิก/ สาขาเภสัชศาสตร์สังคมและการบริหาร /สาขาเภสัชอุตสาหการ /สาขาพรีคลินิก /สาขาเภสัชเวท /สาขาเภสัชเคมี
– หรือสำเร็จการศึกษาวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม สาขาเภสัชบำบัด
– หรือสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี 6 ปี สาขาบริบาลเภสัชกรรม เทียบเท่าปริญญาโท)
– มีใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม (ภายในเดือนมิถุนายน 2563)
– คะแนนเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาตรีไม่ต่ำกว่า 2.75 ระดับปริญญาโทหรือเทียบเท่าไม่ต่ำกว่า 3.50 กรณีหลักสูตรพิเศษที่มีปีการศึกษาเทียบเท่าระดับปริญญาโทหรือปริญญาตรีหลักสูตร 6 ปี เช่น หลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิต ทันตแพทยศาสตรบัณฑิต และเภสัชศาสตรบัณฑิต ไม่ต่ำกว่า 3.25

2.2 อาจารย์ประจำแหล่งฝึก สังกัดสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ จำนวน 8 อัตรา
– สำเร็จการศึกษา วุฒิ ภ.บ. (บริบาล เภสัชกรรม) หรือ ภ.บ. (เภสัชศาสตร์) และมีประสบการณ์ในการทำงานในตำแหน่งเภสัชกร ไม่น้อยกว่า 1 ปี ในหน่วยงานต่างๆ เช่น โรงพยาบาล ร้านยา โรงงานผลิตยาหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพ
– หรือสำเร็จการศึกษาวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม สาขาเภสัชบำบัด
– หรือสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี 6 ปี สาขาบริบาลเภสัชกรรม เทียบเท่าปริญญาโท)
– มีใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม

3. คุณสมบัติอื่น ๆ

3.1 ผู้สมัครที่มีคุณสมบัติต่อไปนี้จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
– มีประสบการณ์การสอนในระดับมหาวิทยาลัยหรือในสถาบันอุดมศึกษาและหรือวิจัยในสาขาวิชาที่กำหนด
– มีตำแหน่งทางวิชาการหรือมีผลงานทางวิชาการ
3.2 เป็นผู้ที่สามารถปฏิบัติงานประจำเต็มเวลาได้
3.3 เป็นผู้ใฝ่รู้และมีความตั้งใจจริงในการทำงาน รวมทั้งต้องสามารถทุ่มเทและอุทิศตนให้กับการปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย
3.4 เป็นผู้ที่มีความเข้าใจและยอมรับเกณฑ์การประเมินประสิทธิภาพการทำงานและเงื่อนไขต่าง ๆ ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด

4. อัตราเงินเดือน

4.1 วุฒิปริญญาเอก อัตราเงินเดือนเริ่มต้น 40,000 บาท
4.2 วุฒิปริญญาโท อัตราเงินเดือนเริ่มต้น 28,000 บาท
ทั้งนี้อัตราเงินเดือนที่จะได้รับมหาวิทยาลัยจะพิจารณาตามคุณวุฒิการศึกษา ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ตามหลักเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด

5. สวัสดิการและประโยชน์เกื้อกูล
สวัสดิการและประโยชน์เกื้อกูลที่พนักงานมีสิทธิ์ได้รับตามระเบียบประกาศข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้ในแต่ละกรณีมีดังต่อไปนี้

(1) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
(2) ค่ารักษาพยาบาล
(3) การตรวจสุขภาพประจำปี
(4) ประกันภัยอุบัติเหตุ
(5) ค่าเล่าเรียนบุตร
(6) เงินช่วยเหลือการศึกษาบุตรศึกษาในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
(7) เครื่องราชอิสริยาภรณ์
(8) รถรับ – ส่ง
(9) ที่พักบุคลากร/เงินช่วยเหลือค่าที่พัก
(10) เครื่องแบบพนักงานและเงินช่วยเหลือค่าเครื่องแบบ
(11) เงินยืมเพื่อซื้อคอมพิวเตอร์
(12) เงินกู้เพื่อการเคหะสงเคราะห์พนักงาน
(13) เงินช่วยเหลือชดใช้ทุนและหรือเบี้ยปรับ
(14) ค่าทำขวัญและค่าทำศพ
(15) เงินชดเชย
(16) ฌาปนกิจสงเคราะห์ (ช.พ.ค. – ช.พ.ส.)
(17) สโมสรวลัยลักษณ์
(18) สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
(19) ศูนย์กีฬาและสุขภาพ
(20) กองทุนเงินทดแทนและประกันสังคม

6. เอกสารและหลักฐานการสมัคร

6.1 ใบสมัครที่กรอกข้อความสมบูรณ์แล้ว พร้อมติดรูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวกและไม่ใส่แว่นตาสีดำ
ขนาด 1 นิ้ว ถ่ายมาแล้วไม่เกิน 6 เดือน จำนวน 1 รูป
6.2 สำเนาใบปริญญาบัตรหรือประกาศนียบัตร และสำเนาใบแสดงผลการเรียน (Transcript of records)
ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป จำนวนอย่างละ 1 ฉบับ
6.3 สำเนาผลทดสอบภาษาอังกฤษ จำนวน 1 ฉบับ
6.4 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวข้าราชการหรือหนังสือสำคัญประจำตัว จำนวน 1 ฉบับ
6.5 สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 1 ฉบับ
6.6 สำเนาหลักฐานอื่น ๆ เช่น ใบทะเบียนสมรส ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล เป็นต้น จำนวน 1 ฉบับ
6.7 ผู้สมัครที่ผ่านการเกณฑ์ทหารแล้วจะต้องมีหลักฐานผ่านการเกณฑ์ทหาร จำนวน 1 ฉบับ

ผู้สมัครต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้องในสำเนาเอกสารทุกฉบับ หากปรากฏภายหลังว่าผู้สมัครรายใดมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่กำหนดไว้ในประกาศรับสมัครแล้วให้ถือว่าผู้สมัครรายนั้นขาดคุณสมบัติในการสมัครและไม่มีสิทธิ์เข้ารับการสอบคัดเลือกหรือบรรจุเป็นพนักงาน

7. การสมัคร

ผู้ประสงค์จะสมัครสอบคัดเลือกเป็นพนักงานของมหาวิทยาลัย สามารถขอรับใบสมัครและยื่นใบสมัครได้
ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ระหว่างเวลา 08.30-16.30 น. (เว้นวันหยุดราชการ) ได้ที่

(1) หน่วยประสานงานมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กรุงเทพมหานคร
อาคารเอสเอ็ม ทาวเวอร์ ชั้น 19 เลขที่ 979/44-46 (ตรงข้าม ททบ.5 สนามเป้า)
ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
โทร. 0-2298-0244-5 โทรสาร 0-2298-0248

(2) ส่วนทรัพยากรมนุษย์และองค์กร สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช
222 ตำบลไทยบุรี อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช 80160
โทร. 0-7567-3745 โทรสาร 0-7567-3708
หรือกรณีที่ผู้สมัครไม่สะดวกที่จะมาขอรับใบสมัครหรือมาสมัครด้วยตนเอง สามารถสมัครทางไปรษณีย์ได้
โดย download ใบสมัครพนักงานสายวิชาการได้ที่
https://hro.wu.ac.th/wp-content/uploads/2019/04/1.Renew-Application-Form-WU.pdf
แล้วส่งใบสมัครพร้อมหลักฐานการสมัครไปที่ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 222 ตำบลไทยบุรี อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช 80160 วงเล็บมุมซองว่าสมัครอาจารย์

8. การดำเนินการคัดเลือก
มหาวิทยาลัยจะดำเนินการคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามขั้นตอนดังนี้

8.1 ขั้นตอนที่ 1 พิจารณาประเมินคุณวุฒิการศึกษา ผลการศึกษา ประสบการณ์ ผลงานทางวิชาการ และสาขาวิชาของผู้สมัครให้ตรงกับลักษณะงานวิชาการของตำแหน่งที่จะบรรจุ

8.2 ขั้นตอนที่ 2
(1) เมื่อผู้สมัครผ่านขั้นตอนที่ 1 แล้ว กำหนดให้ผู้สมัครนำเสนอผลงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ในเวลา 10 นาที เพื่อพิจารณาประเมินความสามารถในการนำเสนอ การถ่ายทอดความรู้ ความสามารถด้านวิชาการ และศักยภาพในการเป็นนักวิชาการที่ดี ในกรณีที่ผู้สมัครมีประสบการณ์และผลงานทางวิชาการเป็นที่ประจักษ์ชัด อาจพิจารณายกเว้นไม่ต้องนำเสนอผลงานวิจัยหรือวิชาการดังกล่าวได้โดยจะพิจารณาเฉพาะกรณีไป
(2) ดำเนินการสัมภาษณ์เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่าง ๆ เช่น ทัศนคติ ความสนใจทางวิชาการ ความตั้งใจจริง การแสดงออก มนุษยสัมพันธ์ และบุคลิกภาพอื่น ๆ เป็นต้น

9. การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ กำหนดการสอบ และการประกาศผลการคัดเลือก
(1) มหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิ์ที่จะประกาศรายชื่อผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อกำหนดของมหาวิทยาลัยเป็นคราว ๆ ไป ตามจำนวนและระยะเวลาที่มหาวิทยาลัยเห็นสมควร โดยจะทำการประกาศรายชื่อ ผู้มีสิทธิ์สอบ กำหนดการสอบ และผลการคัดเลือกผ่านทางเว็บไซต์ และประกาศของมหาวิทยาลัย
(2) มหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิ์ที่พิจารณาประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบหรือเชิญผู้สมัครมาสอบคัดเลือกหรือไม่ก็ได้ตามความเหมาะสม

10. เงื่อนไขอื่น ๆ

10.1 ผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการเรียกตัวเข้าปฏิบัติงานแต่ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ทันทีในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ในคราวนั้น
10.2 ผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกและขึ้นบัญชี “สำรอง” ไว้ มหาวิทยาลัยจะเรียกตัวต่อเมื่อได้เรียกตัวผู้ผ่านการคัดเลือก “ตัวจริง” แล้วตามลำดับ และหรือมหาวิทยาลัยอาจจะพิจารณาตามความจำเป็นและเหมาะสม
10.3 มหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครได้ตามความเหมาะสม
10.4 มหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกและตรวจสอบเอกสารและหลักฐานการสมัครอื่น ๆ ในภายหลังตามความเหมาะสมได้
10.5 การปลอมแปลงหลักฐานและเอกสารการสมัครอาจมีความผิดตามกฎหมาย มหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่พิจารณาให้เข้ารับการสอบคัดเลือกหรือบรรจุเป็นพนักงาน
10.6 ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งหรือได้รับการคัดเลือกเพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นพนักงานและลูกจ้างของมหาวิทยาลัยจะต้องตรวจสุขภาพร่างกายและตรวจทางจิตวิทยา และจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากสถาบันการแพทย์ของรัฐหรือที่รัฐรับรอง โดยเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่างเองและส่งใบรับรองแพทย์ตามกำหนดระยะเวลาดังนี้

(1) การตรวจสุขภาพสำหรับโรคที่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 6 แห่งประกาศมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เรื่องโรคที่มีลักษณะต้องห้ามเป็นพนักงานและลูกจ้างของมหาวิทยาลัย การตรวจสุขภาพร่างกายและการตรวจทางจิตวิทยา พ.ศ.2562 ยกเว้นข้อ 6(6) ให้ส่งใบรับรองแพทย์ให้มหาวิทยาลัยภายในกำหนดระยะเวลาตามหนังสือที่มหาวิทยาลัยแจ้งให้มารายงานตัวเพื่อปฏิบัติงาน
(2) การตรวจประเมินโรคทางจิตเวช ให้ส่งใบรับรองแพทย์ภายใน 4 เดือน นับตั้งแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้งหรือได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัย

 

ด้วยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีนโยบายรับนักเรียนที่มีคุณภาพในเขตพื้นที่ได้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยรับสมัครนักเรียนที่กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือ สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือ เทียบเท่า เพื่อคัดเลือกเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ ระบบ TCAS รอบที่ 3 รับตรงร่วมกัน ประจำปีการศึกษา 2563

มหาวิทยาลัยจะดำเนินการรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี หลักสูตรเภสัช-ศาสตรบัณฑิต ระบบ TCAS รอบที่ 3 รับตรงร่วมกัน ประจำปีการศึกษา 2563 จำนวน 2 คนโดยมีรายละเอียด ดังนี้

1.1 ผู้สมัครจะต้องสมัครผ่านระบบ TCAS เว็บไซต์ http://mytcas.com/ ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2563 ถึง 27 เมษายน 2563 โดยผู้สมัครสามารถเลือกสูงสุด 6 สาขาวิชา และเรียงลำดับของ  แต่ละสาขาวิชาที่เลือกสมัคร

1.2 ผู้สมัครจะต้องชำระเงินค่าสมัครตามจำนวนสาขาวิชาที่เลือกสมัคร โดยชำระเงินผ่านระบบ PromptPay ที่ตู้ ATM, Mobole Banking และ  Counter Service ภายในเวลา 23.00 น. ของวันที่ 27 เมษายน 2563

โดยรับนักศึกษา จำนวน 2 คน และมีเงื่อนไขในการคัดเลือก ดังนี้

  • GPAX ไม่น้อยกว่า 3.50 และ
  • GAT ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 และ
  • PAT2 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30

หมายเหตุ   ผู้สมัครจะต้องเป็นนักเรียนในแผนการเรียนวิทย์-คณิต

เงื่อนไขสำนักวิชาเภสัชศาสตร์

        1. เป็นผู้มีทัศนคติที่ดีต่อวิชาชีพเภสัชกรรม ประเมินโดยเภสัชกรตามรูปแบบที่กำหนด

2. เป็นผู้มีร่างกายและสุขภาพจิตสมบูรณ์แข็งแรง และไม่มีปัญหาทางสายตาที่อาจส่งผลต่อการประกอบวิชาชีพเภสัชกรในอนาคต

3. เป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะไปปฏิบัติงานในส่วนราชการหรือหน่วยงานต่างๆ ของรัฐ ตามระเบียบของทางราชการเรื่อง การปฏิบัติงานชดใช้ทุน สำหรับผู้สมัครเข้าศึกษาในหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต

4. ต้องเป็นผู้มีร่างกายและสุขภาพสมบูรณ์ กล่าวคือ ไม่เป็นผู้ไร้ความสามารถ และจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ และไม่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบอาชีพ ดังต่อไปนี้

(1) มีความพิการทางร่างกายอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม

(2) มีปัญหาทางจิตเวช ได้แก่ โรคจิต (psychosis) โรคประสาทรุนแรง (severe neurosis) หรือ โรคบุคลิกภาพแปรปรวนโดยเฉพาะ antisocial personality หรือ borderline personality รวมทั้งปัญหาทางจิตเวชอื่น ๆ อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม

(3) เป็นโรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย หรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวร อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม เช่น โรคเรื้อน โรคเท้าช้าง

(4) มีความผิดปกติในการได้ยิน หูหนวก หรือหูตึงแม้เพียงข้างใดข้างหนึ่ง โดยมีระดับของการได้ยินสูงกว่า 40 dB ที่ความถี่ 500-2,000 Hz จากความผิดปกติทางประสาทการได้ยิน (sensory neural hearing loss) ที่ได้รับการรักษาแล้วไม่ดีขึ้น

(5) โรค หรือความพิการอื่น ๆ ที่มิได้ระบุไว้ ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยอาจแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรคตรวจบางอย่างเพิ่มเติมได้

กิจกรรม วัน/เดือน/ปี
1. รับสมัครและชำระเงินค่าสมัคร วันที่ 17-27 เมษายน 2563
2. สละสิทธิ์รอบที่ 2 วันที่ 24-25 เมษายน 2563
3. ทปอ.ส่งข้อมูลผู้สมัครให้มหาวิทยาลัย วันที่ 28 เมษายน 2563
4. ประมวลผลการคัดเลือก วันที่ 29-30 เมษายน 2563
5. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 9 พฤษภาคม 2563
6. ประเมินทัศนคติทางวิชาชีพเภสัชกรรม (ถ้ามี) วันที่ 12 พฤษภาคม 2563
8. ยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษา วันที่ 21 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน 2563

มหาวิทยาลัยจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ ขอให้ผู้สมัครติดตามประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเพื่อเข้าประเมินทัศนคติที่ดีต่อวิชาชีพเภสัชกรรม ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซด์ https://entry.wu.ac.th

เมื่อวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2563 อาจารย์ ดร.อรรถรัตน์ พัฒนวงศา อาจารย์ผู้ประสานการรับนัักศึกษาเภสัชศาสตร์ใหม่ ประจำปีการศึกษา 2563 ได้เผยว่า การรับนักศึกษา TCAS 63 รอบที่ 2 ซึ่งเป็นรอบโควต้า 14 จังหวัดภาคใต้รวมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งดำเนินการคัดเลือก และสัมภาษณ์ ในระหว่างวันที่ 16-17 เมษายน 2563  สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้ดำเนินการสอบสัมภาษณ์ทางไกล ผ่านระบบปฏิบัติการ Zoom ซึ่งเสร็จสิ้นไปแล้ว ด้วยวิธีการสัมภาษณ์ออนไลน์ เนื่องด้วยข้อจำกัดของการแพร่ระบาดเชื้อ COVID-19 โดยมีนักเรียนเข้าสัมภาษณ์จำนวนทั้งหมด 46 คน สำนักวิชาฯ ประกาศผู้ผ่านการคัดเลือกแล้วเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2563 ทาง https://entry.wu.ac.th สำนักวิชาฯ ต้องขอแสดงความยินดีกับนักเรียนผู้ผ่านการคัดเลือก และขอให้กำลังใจกับนักเรียนที่ไม่ผ่านการคัดเลือกในการสมัครสอบรอบต่อไป สำหรับสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จะเปิดรับสมัคร TCAS63 ในรอบที่ 3 ด้วย ซึ่งขอให้ผู้สนใจดำเนินการติดตามการรับสมัครต่อไปครับ

ตามที่สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้ยื่นขอรับทุนการศึกษาจากมูลนิธิอาจารย์เกษม ปังศรีวงศ์ สำหรับนักศึกษาเภสัชศาสตร์ ที่มีผลการเรียนดี ประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ในปี พ.ศ.2563 ซึ่งทางสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ ได้ส่งแบบขอรับการสนับสนุนทุนการศึกษาดังกล่าวไปยังแหล่งทุนฯ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 เพื่อเสนอเข้ารับทุนการศึกษาดังกล่าว จำนวน 2 ทุน ทุนละ 30,000 บาท ซึ่งได้มีการประกาศรับสมัครนักศึกษาเภสัชศาสตร์ทาง website สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ และประชาสัมพันธ์การสมัครทุนฯ ผ่าน Facebook ของสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ และ Group page ของแต่ละรุ่น โดยรับสมัครถึงวันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2563 ซึ่งมีนักศึกษาเภสัชศาสตร์ส่งใบสมัคร และเอกสารที่เกี่ยวข้องทาง email มาจำนวน 7 คน

สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้รับการสนับสนุนทุนการศึกษาจากชมรมเภสัชกรภาคใต้ ในปี พ.ศ.2561 และในปี พ.ศ.2562 เป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท  และได้ดำเนินการประกาศรับสมัครเพื่อรับทุนดังกล่าวไปแล้ว โดยได้ดำเนินการจัดสรรเป็นทุนการศึกษา จำนวน 10 ทุน ทุนละ 10,000 บาท โดยจัดสรรให้กับนักศึกษาเภสัชศาสตร์ที่มีผลการเรียนดี ประพฤติดี และขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งจากการดำเนินการดังกล่าวยังเหลือเงินทุนจำนวน 10,000 บาท และทางสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จะดำเนินการจัดสรรให้แล้วเสร็จในครั้งนี้ด้วย โดยคัดเลือกไปพร้อมกับทุนมูลนิธิอาจารย์เกษม ปังศรีวงศ์ ประจำปี 2563 โดยการคัดเลือกดำเนินการโดยคณะกรรมการคัดเลือกนักศึกษาเภสัชศาสตร์เพื่อรับทุนการศึกษา พิจารณาจากใบสมัคร และการสัมภาษณ์ผ่านระบบ Zoom เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา ผลการคัดเลือกมีดังนี้

นักศึกษาเภสัชศาสตร์ ที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อเข้าเสนอรับทุนการศึกษาจากมูลนิธิอาจารย์เกษม ปังศรีวงศ์ ประจำปี 2563 จำนวน 2 ทุน (ทุนละ 30,000 บาท) ได้แก่

  • นศภ.อรรถพล ศักดามาศ
  • นศภ.พิรญาณ์ ยอดเทพ

นักศึกษาเภสัชศาสตร์ ที่ได้รับการพิจารณาให้ได้รับทุนชมรมเภสัชกรภาคใต้ จำนวน 1 ทุน (ทุนละ 10,000 บาท) ได้แก่

  • นศภ.นาถพล ตลึงจิตร