ในปีงบประมาณ 2565 สถาบันวิจัยวิทยาการสุขภาพ ได้จัดทำข้อมูลนักวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ผลงานในฐานะ First author และ Corresponding author โดยได้มีการกำหนดรวบรวมข้อมูลนักวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารที่มีค่า Percentile มากกว่า 90% ขึ้นไป ในทุกๆ 2 เดือน ซึ่งใน เดือนธันวาคม 2564 และเดือนมกราคม 2565  นั้น มีนักวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในฐานะ First author และ Corresponding author จำนวน 12 ท่าน ดังรายชื่อต่อไปนี้
1. รศ.ดร.มนัส โครตพุ้ย อาจารย์ประจำสำนักวิชาสหเวชศาสตร์ได้รับตีพิมพ์ 
ในวารสาร Scientific Reports ค่า Percentile= 93 จำนวน 4 บทความ ในฐานะ Corresponding
2. ผศ.ดร.ทิพย์สุดา ทองบัวแก้ว อาจารย์ประจำสำนักแพทย์ศาสตร์ ได้รับการตีพิมพ์
ในวารสาร Scientific Reports ค่า Percentile = 93 ในฐานะ Corresponding author
3. รศ.พญ.วีระนุช นิสภาธร อาจารย์ประจำสำนักวิชาสหเวชศาสตร์ ได้รับการตีพิมพ์
ในวารสาร Scientific Reports ค่า Percentile= 93 ในฐานะ Corresponding author
4. รศ.ดร.ชูชาติ พันธ์สวัสดิ์ อาจารย์ประจำสำนักวิชาสำนักวิชาแพทยศาสตร์ ได้รับการตีพิมพ์
ในวารสาร BMC Complementary Medicine and Therapies ค่า Percentile = 91 
ในฐานะ Corresponding author
5. ผศ.ดร. ประภาพร  จันทร์เอียด อาจารย์ประจำสำนักวิชาสำนักวิชาแพทยศาสตร์ ได้รับการตีพิมพ์
ในวารสาร BMC Complementary Medicine and Therapies ค่า Percentile 91 
ในฐานะ First author
6. ผศ.ดร.สรัญญา มณีรัตนาศักดิ์ อาจารย์ประจำสำนักวิชาสำนักวิชาสหเวชศาสตร์ ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร One Health ค่า Percentile = 90 ในฐานะ Corresponding author
7. รศ.ดร.จรวย  สุวรรณบำรุง อาจารย์ประจำสำนักวิชาสำนักวิชาสหเวชศาสตร์ ได้รับการตีพิมพ์ใน  วารสาร One Health ค่า Percentile = 90 ใน ฐานะ First author
8. ผศ.ดร.กรวิทย์ อยู่สกุล อาจารย์ประจำสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ ได้รับการตีพิมพ์  
ในวารสาร Bioresources and Bioprocessing ค่า Percentile = 91 
ในฐานะ Corresponding author
9. อาจารย์ ดร.ดนิตา จำปาแก้ว อาจารย์ประจำสำนักวิชาสาธารณสุขศาสตร์ ได้รับการตีพิมพ์ 
ในวารสาร PLOS ONE ค่า Percentile = 92 ในฐานะ Corresponding author
10. ผศ.ดร.มรกต ชาตาธิคุณ อาจารย์ประจำสำนักวิชาสหเวชศาสตร์ ได้รับการตีพิมพ์  
ในวารสาร Journal of EvidenceBased Integrative Medicine ค่า Percentile = 90 
ในฐานะ Corresponding author
11. อาจารย์ ดร.นทีลักษณ์  กุลเทศ อาจารย์ประจำสำนักวิชาสหเวชศาสตร์ ได้รับการตีพิมพ์ 
ในวารสาร Journal of EvidenceBased Integrative Medicine ค่า Percentile = 90 
ในฐานะ First author
12. ผศ.ดร.น.สพ.ทศพล ธำรงสุวรรณกิจ อาจารย์ประจำวิทยาลัยสัตวแพทยศาสตร์อัครราชกุมารี ได้รับการตีพิมพ์วารสาร Poultry Science ค่า Percentile 91 ในฐานะ Corresponding author
ในการนี้ สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ ขอแสดงความยินดี และชื่นชมนักวิจัยทุกท่าน โดยเฉพาะ ผศ.ดร.กรวิทย์ อยู่สกุล อาจารย์ประจำสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ ได้รับการตีพิมพ์  ในวารสาร Bioresources and Bioprocessing ค่า Percentile = 91 

ในฐานะ Corresponding author

ด้วยงานส่งเสริมกิจกรรมนักศึกษา ส่วนกิจการนักศึกษา กำหนดรับสมัครนักศึกษาเพื่อพิจารณาคัดเลือกเป็น “นักกิจกรรม” สำหรับใช้สิทธิ์สมัครอยู่หอพัก ประจำปีการศึกษา 2565 โดยให้นักศึกษาสมัครออนไลน์เป็นรายบุคคล ผ่านระบบ google form ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2565 นั้น ในการนี้  จึงขอความอนุเคราะห์มายังท่าน เพื่อประชาสัมพันธ์ให้นักศึกษาได้รับทราบข้อมูลการรับสมัครนักศึกษาเข้ารับการคัดเลือกเป็น “นักกิจกรรม”  สำหรับใช้สิทธิ์สมัครอยู่หอพัก  ประจำปีการศึกษา 2565 รายละเอียดตามสิ่งที่ส่งมาด้วยนี้ 

เมื่อวันจันทร์ที่ 24 มกราคม 2565 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิง ชุติมา จันทรัตน์ ได้เปิดเผยว่าได้มีการประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านการคัดเลือกให้มีสิทธิเข้ารับการประเมินทัศนคติทางวิชาชีพเภสัชกรรม ใน TCAS65 รอบ Portfolio ของสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยในรอบนี้ทางสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ ได้เปิดรับสมัครทางออนไลน์ ตั้งแต่กันยายน 2564 และปิดรับสมัครไปเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา

สำหรับผู้ที่มีสิทธิเข้ารับการประเมินทัศนคติทางวิชาชีพเภสัชกรรม จะได้รับ SMS จากศูนย์บริการการศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ให้ดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ซึ่งหากผู้ที่มีรายชื่อ แต่ไม่ได้รับ SMS ให้ดำเนินการติดต่อไปยังสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โทรศัพท์ 075-672808 – 10 หรือ https://www.facebook.com/PharmWU

สำหรับการประเมินทัศนคติทางวิชาชีพเภสัชกรรม จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 26 – 28 มกราคม 2565 โดยเป็นการประเมินทัศนคติทางวิชาชีพเภสัชกรรมแบบออนไลน์  และประกาศผลผู้มีสิทธิเข้าศึกษาฯ ในวันที่ 30 มกราคม 2565

 

ตรวจสอบรายชื่อ 

Facebook page ของสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ 

 

สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ขอแสดงความยินดีกับ อาจารย์ ดร.อรุณา ประสพธรรม อาจารย์ประจำสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้รับทุนอัจฉริยภาพนักวิจัยรุ่นใหม่ ประจำปี 2565 จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. ซึ่งทุนนี้เป็นทุนที่ส่งเสริม และสนับสนุนนักวิจัยรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพสูง ให้ได้ทำวิจัย ริเริ่ม หรือสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง

อ.ดร.อรุณา ประสพธรรม ได้รับทุนอัจฉริยภาพนักวิจัยรุ่นใหม่ ประจำปี 2565

อาจารย์ ดร.อรุณา ประสพธรรม สำเร็จการศึกษา Doctor of Philosophy in Pharmacy (Drug delivery tissue engineer) จาก the University of Nottingham, ประเทศอังกฤษ โดยเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ 3D Printing/ Biomaterials/Drug Delivery Systems และ Phytochemistry โดยมีผลงานทางวิชาการ อาทิ เช่น Three dimensional printed degradable and conductive polymer scaffolds promote chondrogenic differentiation of chondroprogenitor cells, Three-Dimensional Printed Scaffolds with Controlled Micro-/Nanoporous Surface Topography Direct Chondrogenic and Osteogenic Differentiation of Mesenchymal Stem Cells เป็นต้น ได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย อาทิ เช่น IOP Outstanding Reviewer Awards 2020 จาก Institute of Physics (IOP) Publishing, Bristol, UK, รางวัลวิทยานิพนธ์ (ระดับดี) รางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2564 เป็นต้น

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้รับ ส.ค.ส.พระราชทาน จากสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ 

 

 

ประกาศสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เรื่อง การป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19) สนามสอบสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ตามที่ศูนย์สอบความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม กำหนดการสอบ PLE-CC2 ครั้งที่ 11/2564 ในวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2564 และ PLE-CC1 ครั้งที่ 12/2564 ในวันที่ 18-19 ธันวาคม พ.ศ. 2564 นั้น เพื่อให้การดำเนินการสอบความรู้ฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัยสำหรับผู้เข้าสอบและบุคลากรผู้เกี่ยวข้อง ในการนี้ สนามสอบสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ใคร่ขอชี้แจงมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สำหรับการสอบดังกล่าว ขอให้ผู้เข้าสอบปฏิบัติตามประกาศอย่างเคร่งครัด

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม 2564 มูลนิธิอาจารย์เกษม ปังศรีวงศ์ ได้จัดกิจกรรมมอบทุนการศึกษาแก่นักศึกษาเภสัชศาสตร์ และมอบทุนโครงการวิจัยต่าง ๆ แก่เภสัชกรในหลากหลายสาขาที่ดำเนินการโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและเป็นประโยชน์ในแวดวงเภสัชกรรม โดยคุณธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์ ประธานมูลนิธิอาจารย์เกษม ปังศรีวงศ์ ได้เป็นประธานในพิธีมอบทุนดังกล่าว โดยมี ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.เภสัชกร จอมจิน จันทรสกุล ได้กล่าวความเป็นมาของการมอบทุนการศึกษาแก่เภสัชกร และนักศึกษาเภสัชศาสตร์ และแสดงความยินดีกับผู้รับทุนดังกล่าว

สำหรับปี 2564 สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มีนักศึกษาเภสัชศาสตร์ที่เข้ารับทุนการศึกษาจากมูลนิธิอาจารย์เกษม ปังศรีวงศ์ จำนวน 2 คน ได้แก่ นศภ.อารีรัตน์ เก้าเอี้ยน และ นศภ.กษมา หมาดทิ้ง โดยนักศึกษาเภสัชศาสตร์ทั้งสองคนได้เข้าร่วมพิธีรับมอบทุนการศึกษาออนไลน์ในวันและเวลาดังกล่าว โดยมี อาจารย์ เภสัชกรหญิง จิราพร ชินกุลพิทักษ์ คณบดีสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เข้าร่วมพิธีมอบทุนการศึกษาฯ ด้วย

โดยได้รับทุนการศึกษาฯ เป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท ต่อทุน เป็นจำนวน 2 ทุน เป็นเงินทั้งสิ้น 60,000 บาท โดยทางมูลนิธิอาจารย์เกษม ปังศรีวงศ์ จะดำเนินการโอนเงินทุนดังกล่าวให้กับนักศึกษาเภสัชศาสตร์ที่ได้รับทุนต่อไป

จากนั้นตัวแทนของผู้รับทุนการศึกษาฯ และทุนต่าง ๆ ได้กล่าวขอบคุณมูลนิธิอาจารย์เกษม ปังศรีวงศ์

จากความสำเร็จของการศึกษาด้านพันธุกรรมมนุษย์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 ประกอบกับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของ “เทคโนโลยีและการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่” ส่งผลให้เกิด “การแพทย์จีโนมิกส์” ที่ช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัย และวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลได้อย่างเหมาะสม – แม่นยำขึ้น

ซึ่งในหลายๆประเทศได้เริ่มต้นแล้ว กับการนำการแพทย์จีโนมิกส์ มาประยุกต์ใช้ เช่น รักษาโรคมะเร็ง โรคหายาก และโรคติดเชื้อ

สำหรับ “ประเทศไทย” ได้ก้าวมาสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 26 มีนาคม 2562 เห็นชอบ “แผนปฏิบัติการบูรณาการจีโนมิกส์ประเทศไทย พ.ศ.2563-2567” สนับสนุนการจัดทำฐานข้อมูลพันธุกรรมคนไทย 50,000  ราย มาประยุกต์ใช้ทางการแพทย์และสาธาณสุข บนเป้าหมายเพื่อการปรับเปลี่ยนระบบบริการ การแพทย์ของประเทศ – ให้เกิดมาตรฐานใหม่ ที่ประชาชนเข้าถึงได้อย่างมีคุณภาพ

พร้อมกันนี้ ครม. อนุมัติให้กระทรวงสาธารณสุข เป็นหน่วยงานหลัก โดยมีสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข หรือ สวรส. เป็นหน่วยงานกลางขับเคลื่อนแผน อีกทั้งอนุมัติให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ สกพอ. สงเสริมใหมีการลงทุน ให้เกิดอุตสาหกรรมการแพทย บริการ และธุรกิจเกี่ยวของ

ภารกิจท้าทายนี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ สกสว. ได้บรรจุแผนงานวิจัยจีโนมิกส์ เป็นแผนงานวิจัยสำคัญ  เพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขัน และวางรากฐานเศรษฐกิจ   โดยมีงบประมาณจัดสรรจากกองทุนวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ กองทุน ววน.

สวรส. กระทรวงสาธารณสุข  กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  สกพอ. และหน่วยงานภาคีกว่า 20 แห่ง จึงประสานความร่วมมือขับเคลื่อน ให้เกิดการดำเนินงานสำคัญ ดังนี้

พัฒนาการวิจัยด้านการแพทย์จีโนมิกส์  ใน 5 กลุ่มโรค ได้แก่ กลุ่มโรคมะเร็ง โรคหายาก โรคติดเชื้อ โรคไม่ติดต่อ และกลุ่มผู้ป่วยแพ้ยา ภายใต้การสนับสนุนจาก สวรส.

พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รองรับการสนับสนุนงานวิจัย และการให้บริการการแพทย์จีโนมิกส์ โดย

  • กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทำหน้าที่สกัด DNA และจัดเก็บตัวอย่างที่ได้จากโครงการวิจัย ให้มีคุณภาพและเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ที่พร้อมส่งต่อสำหรับการนำไปถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม
  • สวรส. ดำเนินการจัดจ้างภาคเอกชน “ให้บริการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม” โดยตั้งศูนย์บริการทดสอบทางการแพทย์จีโนมิกส์ ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ณ มหาวิทยาลัยบูรพา
  • สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลจีโนมขนาดใหญ่เพื่อการวินิจฉัย  การเลือกวางแผนการรักษาที่มีประสิทธิภาพ  การทำนายโอกาสการเกิดโรค รวมไปถึงการต่อยอดเชิงพาณิชย์
  • นอกจากนี้ ยังมีงานท้าทายสำคัญที่จะผลักดันต่อ ทั้งในด้านการพัฒนาบุคลากร ด้านการแพทย์จีโนมิกส์ ตลอดจนนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาการตรวจทางพันธุศาสตร์ที่ทันสมัย และได้มาตรฐาน รวมไปถึงการผลักดันเป็นบริการในชุดสิทธิประโยชน์ของระบบประกันสุขภาพไทย ตลอดจนการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการการแพทย์แห่งอนาคต

รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม อดีตปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) อดีตประธานร่วมคณะอนุกรรมการกำกับทิศทางแผนปฏิบัติการบูรณาการจีโนมิกส์ประเทศไทย (พ.ศ.2563-2567) กล่าวว่า “ถ้าโครงการนี้สำเร็จ อีกสัก 5 ปี หรือ 10 ปีนั้น เราจะเห็นว่าโรคทางด้าน Precision medicine หรือโรคทางจีเนติกส์ เราจะมีอุปกรณ์ในการวินิจฉัยโรค อนาคตนั้นทุกโรงพยาบาลอาจจะมีเครื่องมือในการตรวจยีน ผู้ป่วยจะมาขอตรวจยีนได้โดยที่ได้ผลเร็วมากเลย การที่เรารู้ว่ายีนของคนนั้นเป็นอย่างไร

เมื่อเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลของคนไทยแล้วนั้น เราจะทำนายได้เลยว่าเขามีโอกาสจะเป็นโรคอะไร เสร็จแล้ว การวินิจฉัยโรค การรักษาโรคก็จะแม่นยำมากขึ้น เครื่องมือพวกนี้เป็นอุตสาหกรรมสมัยใหม่ เพราะฉะนั้นอนาคตนั้นเนี่ยการรักษาจะเปลี่ยนไปเยอะ  เราเชื่อว่าเราจะสามารถยืดอายุของมนุษย์ ของคนไทยให้มากกว่าปัจจุบันได้อีกด้วย

ต้องขอบคุณท่านอดีตรัฐมนตรี ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.อุดม คชินทร ที่สนับสนุนมาตั้งแต่ต้น จนกระทั่งถึงปัจจุบันก็คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งผลักดันอย่างเต็มที่ โครงการนี้จึงได้เกิดขึ้น”

ทั้งหมดนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ สู่การพัฒนาระบบสุขภาพ เพื่อคนไทย ในการวินิจฉัย ป้องกัน รักษา เปิดโอกาสให้ได้รับบริการทางการแพทย์แม่นยำที่เข้าถึงได้  สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคตด้วยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมการแพทย์ทันสมัย และพร้อมก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำศูนย์กลางทางการแพทย์ในระดับภูมิภาค ด้วย “Genomics Thailand”

สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ขอแสดงความยินดีกับ อาจารย์ ดร.เภสัชกรหญิง บุษบรรณ สุขกาญจน์ (สาขาเภสัชกรรมอุตสาหการ – เภสัชเวท) ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความรู้ในระดับ Fellow หรือ FHEA คนล่าสุด จาก The Higher Education Academy ใน UK Professional Standards Framework หรือ UKPSF ซึ่งเป็นบุคลากรสายวิชาการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความรู้ในระดับ Fellow (FHEA) ในลำดับที่ 28 โดยเป็นบุคลากรที่ผ่านโครงการพิเศษในการอบรม Pre-UKPSF ซึ่งจัดโดยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และสามารถที่จะผ่านการประเมินความรู้ และได้รับการรับรองดังกล่าว

อาจารย์ ดร.เภสัชกรหญิง บุษบรรณ สุขกาญจน์ สำเร็จการศึกษา Doctor of Philosophy in Oncology จาก Nottingham University ประเทศอังกฤษ สำเร็จการศึกษาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วิทยาศาสตร์การแพทย์) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสำเร็จการศึกษา เภสัชศาสตรบัณฑิต (เภสัชศาสตร์) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อาจารย์ ดร.บุษบรรณ สุขกาญจน์ มีความเชี่ยวชาญทางด้านสมุนไพร และการทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพของสมุนไพร โดยมีผลงานการวิจัย อาทิ เช่น Determination of N-trans-feruloyltyramine content and nitric oxide inhibitory and antioxidant activities of Tinospora crispa, Quantitative Analysis of Tannic Acid in Areca Seed Extracts and Their Antioxidant and Antimicrobial Activities เป็นต้น

The researcher from MERLN Institute of Regenerative Medicine, Netherlands was invited to give a special seminar to our graduate students and staff. 

17 November 2021, School of Pharmacy, Walailak University organized a special seminar session for the graduate students in Drug and Cosmetic Innovation program. It was the great honor this time that Dr.Japeth Ramis, a researcher from MERLN Institute of Regenerative Medicine, Netherlands, accepted our invitation to share his research experiences on different tissue engineering approaches including 3D bioprinting technologies with our students and staff via the online platform. It is our expectation that School of Pharmacy, Walailak University will have the opportunity to welcome Dr.Jopeth Ramis in person after the COVID-19 pandemic so that we will have a variety of academic activities together as well as research collaboration in the near future.