สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งแก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ชนากานต์ สิทธิศักดิ์ คณาจารย์สังกัดสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ ในโอกาสได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการเป็น “ผู้ช่วยศาสตราจารย์” ตามคำสั่งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ที่ ๘๕๒/๒๕๖๙ เรื่อง แต่งตั้งพนักงานสายวิชาการให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ โดยอาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และมติสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในการประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๖๙ เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๙ มีรายละเอียดการแต่งตั้งดังนี้

โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ชื่อ-สกุล: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ชนากานต์ สิทธิศักดิ์

ตำแหน่งทางวิชาการ: ผู้ช่วยศาสตราจารย์

สาขาวิชา: เภสัชศาสตร์และเทคโนโลยี (รหัสสาขาวิชา ๓๓๐๒)

วุฒิการศึกษา: วท.ม. (นวัตกรรมยาและเครื่องสำอาง) มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

วันที่มีผลการแต่งตั้ง: ตั้งแต่วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๘ เป็นต้นไป

ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงความวิริยะอุตสาหะและความเชี่ยวชาญในศาสตร์ทางเภสัชกรรม ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและสร้างสรรค์ผลงานทางวิชาการให้แก่สำนักวิชาเภสัชศาสตร์สืบไป

สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งแก่ รองศาสตราจารย์ เภสัชกร ดร.สุริยน อุ่ยตระกูล ในโอกาสที่มติสภามหาวิทยาลัยอนุมัติแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการเป็น “รองศาสตราจารย์” ในสาขาวิชาเภสัชกรรมคลินิก โดยมีรายละเอียดตามคำสั่งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ที่ ๘๕๒/๒๕๖๙ เรื่อง แต่งตั้งพนักงานสายวิชาการให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ ลงวันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙ ซึ่งอาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และโดยอนุมัติของสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในการประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๖๙ เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๙

 

ประวัติและผลงานผู้ได้รับแต่งตั้ง

ชื่อ-สกุล: รองศาสตราจารย์ เภสัชกร ดร.สุริยน อุ่ยตระกูล

ตำแหน่งทางวิชาการ: รองศาสตราจารย์

สาขาวิชา: เภสัชกรรมคลินิก (รหัสสาขาวิชา ๓๓๐๓)

วุฒิการศึกษา: Ph.D. (Cancer Research) จาก Newcastle University, United Kingdom

วันที่มีผลแต่งตั้ง: ให้มีผลตั้งแต่วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๘ เป็นต้นไป

การได้รับตำแหน่งทางวิชาการในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทในการสร้างสรรค์ผลงานทางวิชาการและการพัฒนาการเรียนการสอนในวิชาชีพเภสัชกรรมอย่างต่อเนื่อง นำมาซึ่งความภาคภูมิใจแก่สำนักวิชาเภสัชศาสตร์และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นอย่างยิ่ง

นครศรีธรรมราช – มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เดินหน้าโครงการบริการวิชาการรับใช้สังคม (SDG) ลงพื้นที่จัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ ณ โรงเรียนปทุมานุกูล อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อรณรงค์และให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพระบบกระดูกและกล้ามเนื้อในเด็กประถมศึกษา

กิจกรรมในครั้งนี้ นำโดย ผศ.ดร.เพชรรัตน์ บุญร่วมแก้ว หัวหน้าโครงการ และ ผศ.ดร.ณัฐกานต์ นกแก้ว ผู้ร่วมโครงการ จากสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ โดยเป็นการลงพื้นที่ปฏิบัติการจริงครั้งที่ 2 ซึ่งมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1–5

ไฮไลต์สำคัญของกิจกรรม

  • การตรวจประเมินสุขภาพ: มีการซักประวัติและตรวจประเมินสัดส่วนน้ำหนักกระเป๋านักเรียนต่อพื้นฐานน้ำหนักตัวของเด็กแต่ละคน

  • เกณฑ์มาตรฐาน 10–15%: เน้นย้ำให้นักเรียนและผู้ปกครองควบคุมน้ำหนักกระเป๋าไม่ให้เกิน 10–15% ของน้ำหนักตัว เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพในระยะยาว

  • เทคนิคเชิงปฏิบัติการ: สาธิตวิธีการจัดวางสิ่งของในกระเป๋าอย่างเหมาะสม และสอนหลักการสะพายกระเป๋าที่ถูกต้อง (Proper Backpack Use)

  • การดูแลตนเอง: สอนทักษะการออกกำลังกายยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เพื่อลดอาการปวดเมื่อยจากการใช้ชีวิตประจำวัน

โครงการนี้ไม่เพียงแต่ให้ความรู้แก่เยาวชน แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทของ “มหาวิทยาลัยเพื่อสังคม” ในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG 3: Good Health and Well-Being (การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี) เพื่อส่งเสริมสุขภาวะที่ดีให้กับชุมชนรายรอบมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง

This slideshow requires JavaScript.

[มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์] เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569 อาจารย์ เภสัชกร ปัณณวัฒน์ มุททารัตน์ อาจารย์ประจำสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เข้าร่วมกิจกรรมแนะแนวการศึกษาต่อให้กับน้องๆ นักเรียน โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช ในการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา ณ ห้องประชุมเขาหลวง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ภายในงาน บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง น้องๆ ได้รับฟังข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรการเรียนการสอน, เส้นทางอาชีพ, โอกาสในการทำงานหลังจบการศึกษา และแนวทางการเตรียมตัวเพื่อสอบเข้าศึกษาต่อ

  • ช่วงแนะแนว: อาจารย์ได้เล่าถึงประสบการณ์การเรียนการสอน, ทุนการศึกษา และความน่าสนใจของสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มวล.

  • ช่วงถาม-ตอบ: น้องๆ ได้ซักถามข้อสงสัยต่างๆ เกี่ยวกับการเรียน, การเตรียมตัว และเส้นทางอาชีพในอนาคต

กิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากน้องๆ นักเรียนโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราชเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นส่วนช่วยให้น้องๆ ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน และสร้างแรงบันดาลใจในการเลือกเส้นทางอาชีพในอนาคต

This slideshow requires JavaScript.

[มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์/พุธที่ 25 มีนาคม 2569]: ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีแก่กลุ่มนักศึกษาจากสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ ที่สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัย ผ่านการคว้ารางวัลจากการแข่งขันและงานประชุมวิชาการทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ โดยมีคณบดีและคณะผู้บริหารร่วมเป็นเกียรติ
ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงมาตรฐานการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ และทักษะทางวิชาชีพที่โดดเด่นของนักศึกษาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยมีรายนามนักศึกษาที่ได้รับรางวัลดังนี้:
1. เวทีทักษะทางเภสัชกรรมระดับนานาชาติ (ISPE)
นางสาวนาฎนภัส ขิมมากทอง: คว้ารางวัล ชนะเลิศ จากการแข่งขันทักษะทางเภสัชกรรมในงาน ISPE Thailand Hackathon 2025 และได้รับเกียรติเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันระดับภูมิภาค ณ ประเทศสิงคโปร์
นายศุภกร ช่วยแก้ว: คว้ารางวัล รองชนะเลิศอันดับ 2 จากเวทีเดียวกัน (ISPE Thailand Hackathon 2025)
2. ผลงานวิจัยระดับนานาชาติ (PST2025)
นายอธิปัตย์ วังบุญคง และ นางสาวนาฎนภัส ขิมมากทอง: คว้ารางวัล 2nd Prize Award จากการนำเสนอผลงานวิจัยในรูปแบบ Oral Presentation ในงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ The 19th International Symposium of the Protein Society of Thailand (PST2025)
3. ทักษะเภสัชกรรมอุตสาหการระดับชาติ (ISE)
นายจิรศักดิ์ หนูสวัสดิ์ และ นางสาวพัชรี ศรีนุรจน์: คว้ารางวัล รองชนะเลิศอันดับ 2 ในการแข่งขันทักษะการแก้ปัญหาทางเภสัชกรรมอุตสาหการระดับชาติ ประเภท Industrial Skill Event (ISE) ครั้งที่ 18 จัดโดยสหพันธ์นิสิตนักศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (สนภท.)

This slideshow requires JavaScript.

 

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ขอแสดงความชื่นชมในความมุ่งมั่นและความรู้ความสามารถของนักศึกษาทุกคน ที่ได้นำความรู้จากห้องเรียนมาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาจริงและสร้างสรรค์ผลงานจนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งถือเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักศึกษารุ่นต่อไปในการพัฒนาตนเองให้เป็น “บัณฑิตที่มีคุณภาพและเป็นสากล” อย่างแท้จริง

นครศรีธรรมราช – สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เดินหน้าสร้างเครือข่ายนานาชาติ ต้อนรับคณะผู้บริหารจาก Toho University ประเทศญี่ปุ่น พร้อมลงนามบันทึกข้อตกลง (DOE) มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนนักศึกษาฝึกประสบการณ์และขยายผลงานวิจัยร่วมกัน

เมื่อวันที่ 22-23 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดกิจกรรมต้อนรับคณะผู้บริหารจาก Faculty of Pharmaceutical Science, Toho University ประเทศญี่ปุ่น ในโอกาสเยือนประเทศไทยเพื่อกระชับความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสองสถาบัน

โชว์ศักยภาพศูนย์การแพทย์และห้องปฏิบัติการมาตรฐาน
ในวันที่ 22 มีนาคม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุริยน อุ่ยตระกูล ตัวแทนคณาจารย์สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ ได้นำคณะผู้บริหารจาก Toho University เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยเน้นไปที่ระบบการบริหารจัดการยาในภาพรวม ทั้งฝ่ายเภสัชกรรมผู้ป่วยนอก ฝ่ายเภสัชกรรมผู้ป่วยใน และฝ่ายเภสัชกรรมการผลิต รวมถึงการเข้าเยี่ยมชมการปฏิบัติงานการบริบาลทางเภสัชกรรมบนหอผู้ป่วย (Ward) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการเป็นแหล่งฝึกปฏิบัติงานที่มีมาตรฐานระดับสูง นอกจากนี้ คณะดูงานยังได้เข้าเยี่ยมชม ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเน้นห้องปฏิบัติการทางเภสัชศาสตร์ที่ใช้สำหรับการเรียนการสอน และการทำวิจัยในรายวิชาปัญหาพิเศษทางเภสัชกรรม (Special Problems) ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมทางยา

ลงนาม DOE สานต่อความร่วมมือระยะยาว
ไฮไลท์สำคัญเกิดขึ้นในวันที่ 23 มีนาคม 2569 ได้มี พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างกัน (Detail of Exchange: DOE) ระหว่างสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และ คณะเภสัชศาสตร์ Toho University อย่างเป็นทางการ

This slideshow requires JavaScript.

ข้อตกลงดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ:

  • ส่งเสริมงานวิจัย: สร้างเครือข่ายความร่วมมือในการทำวิจัยร่วมกันระหว่างคณาจารย์และนักศึกษาของทั้งสองประเทศ

  • แลกเปลี่ยนนักศึกษา: สนับสนุนให้นักศึกษาเภสัชศาสตร์ได้มีโอกาสไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพในต่างประเทศ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อเปิดโลกทัศน์และเรียนรู้ระบบสาธารณสุขในระดับสากล

การลงนามในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความเป็นนานาชาติ และมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการศึกษาด้านเภสัชศาสตร์ที่มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับในระดับภูมิภาคเอเชีย

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569 มูลนิธิโทเรเพื่อการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ ประเทศไทย ได้จัดพิธีมอบรางวัลและเงินทุนช่วยเหลือการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครั้งที่ 32 ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก โดยได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ฯพณฯ นายมาซาโตะ โอตากะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ศาสตราจารย์ ดร. ยงยุทธ ยุทธวงศ์ ประธานมูลนิธิฯ และคุณอาคิฮิโระ นิคคาคุ ประธานกรรมการ บริษัท โทเรอินดัสตรีส์ อิงค์ (ประเทศญี่ปุ่น) เข้าร่วมพิธีในครั้งนี้

มูลนิธิโทเรเพื่อการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ ประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมส่งเสริมความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในประเทศไทย และมีเจตนารมณ์ในการส่งเสริมและสนับสนุนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาและก้าวหน้าของประเทศไทย จึงได้ดำเนินการคัดเลือกและมอบรางวัลและทุนสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 32 โดยแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่

(1) รางวัลวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำหรับบุคคลหรือสถาบันที่มีผลงานดีเด่นในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

(2) เงินทุนช่วยเหลือการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นทุนเพื่อสนับสนุนอาจารย์หรือนักวิจัยที่กำลังมีโครงการค้นคว้างานอันจะอำนวยประโยชน์แก่การพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในประเทศไทย ครอบคลุมสาขาเกษตรศาสตร์ สาขาเคมี สาขาวิศวกรรมศาสตร์ และสาขาฟิสิกส์

(3) รางวัลการศึกษาวิทยาศาสตร์ สำหรับครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่มีผลงานดีเด่นและมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ทางด้านการศึกษา

ในปีนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.สมชาย สวัสดี นักวิจัยจากสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับรางวัลและเงินทุนช่วยเหลือทางด้านวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในสาขาเคมี สำหรับโครงการวิจัยเรื่อง การผลิตและปรับปรุงพื้นผิวของผลึกเซลลูโลสอนุภาคนาโนที่ได้จากกากผลปาล์มสำหรับเตรียมเป็นแผ่นปิดแผลที่บรรจุยาฆ่าเชื้อแวนโคไมซิน โดยหัวข้อวิจัยที่ทางมูลนิธิฯ สนับสนุนจะต้องเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมและต่อการพัฒนาองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ โดยได้เข้าพิธีรับมอบจาก ฯพณฯ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.อภิชาต อธิไภริน ซึ่งเป็นคณะผู้วิจัยได้เข้าร่วมในพิธีด้วย

 

This slideshow requires JavaScript.

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เพชรรัตน์ บุญร่วมแก้ว และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ณัฐิกานต์ นกแก้ว จากสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เดินหน้าจัดโครงการบริการวิชาการรับใช้สังคมต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยได้รับเชิญให้ดำเนินโครงการจากศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ภายใต้หัวข้อ “ตรวจน้ำหนักกระเป๋าและการจัดวางสิ่งของ พร้อมให้ความรู้แก่นักเรียนในการเลือกและใช้กระเป๋านักเรียนอย่างถูกต้อง” เพื่อส่งเสริมสุขภาพและลดภาระความเสี่ยงต่อระบบกระดูกและกล้ามเนื้อของเด็กนักเรียนในระยะยาว

โดยโครงการนี้ได้ผ่านการรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ การลงพื้นที่ปฏิบัติการจริงครั้งแรก จัดขึ้น ณ โรงเรียนวัดชลธาราม อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยครอบคลุมตั้งแต่การซักประวัติ การประเมินน้ำหนักกระเป๋าควบคู่กับน้ำหนักตัวของนักเรียน การให้ความรู้เชิงปฏิบัติการเรื่องการเลือกใช้กระเป๋า ไปจนถึงการติดตามผลอย่างใกล้ชิด

โครงการดังกล่าวได้มุ่งเป้าการตรวจประเมินความยืดหยุ่น องศาการเคลื่อนไหว และความแข็งแรงของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อในกลุ่มนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-5 ซึ่งเป็นวัยที่โครงสร้างร่างกายกำลังเจริญเติบโตและเป็นวัยที่สำคัญในควรได้รับการส่งเสริมสุขภาพของกระดูกและกล้ามเนื้อ และมีการติดตามผลในระยะยาวต่อไป โดยมีกิจกรรมให้ความรู้และตรวจสุขภาพที่สำคัญ ได้แก่

  • การตรวจประเมินร่างกาย: ประเมินท่าทางโดยใช้สื่อวิดีโอ ร่วมกับการใช้งาน application ในการวิเคราะห์ ประเมินองศาการเคลื่อนไหวของคอและหลังส่วนล่าง ความตึงตัวของกล้ามเนื้อ ความอ่อนตัว แรงบีบมือ และแรงดึงขา
  • การให้ความรู้ด้านการจัดกระเป๋า: แนะนำหลักเกณฑ์ความปลอดภัย โดยน้ำหนักกระเป๋าต้องไม่เกิน 10–15% ของน้ำหนักตัวเด็ก
  • เทคนิคการจัดวางสิ่งของ: สอนการจัดสมดุลน้ำหนัก โดยเน้นย้ำให้จัดวางของหนักชิดแผ่นหลังและจัดวางของเบาไว้ด้านนอก
  • การดูแลสุขภาพกล้ามเนื้อ: สอนท่าออกกำลังกายยืดเหยียดผ่านแผ่นประชาสัมพันธ์ เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยจากการสะพายกระเป๋า

การดำเนินโครงการในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในการนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาสนับสนุนการพัฒนาสุขภาพที่ยั่งยืนของเยาวชนในพื้นที่ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับสากล (SDG 3: Good Health and Well-Being) และตอบสนองพันธกิจหลักในการเป็น “มหาวิทยาลัยเพื่อสังคม” อย่างแท้จริง

 

นครศรีธรรมราช – มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ออกประกาศแต่งตั้งพนักงานสายปฏิบัติการวิชาชีพและบริหารทั่วไปสู่ระดับวิทยฐานะชำนาญการ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านวิชาการและงานบริหารภายในสำนักวิชาเภสัชศาสตร์

ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ลงนามในคำสั่งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ที่ ๕๑๙/๒๕๖๙ เรื่อง แต่งตั้งพนักงานสายปฏิบัติการวิชาชีพและบริหารทั่วไปให้ดำรงตำแหน่งวิทยฐานะทางวิชาชีพ ระดับชำนาญการ

โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พ.ศ. ๒๕๓๕ และข้อบังคับมหาวิทยาลัยว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้งพนักงานสายปฏิบัติการฯ ประกอบกับมติคณะกรรมการบริหารงานบุคคล (ก.บ.พ.) ในการประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๖๙ เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

รายละเอียดการแต่งตั้ง:

  • ผู้ได้รับแต่งตั้ง: นางสาวพรรษมนตร์ พาลี

  • ตำแหน่งเดิม: นักวิชาการ ระดับปฏิบัติการ

  • ตำแหน่งใหม่: นักวิชาการ ระดับชำนาญการ

  • สังกัด: สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

สำหรับการแต่งตั้งในครั้งนี้ให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ ๑๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ เป็นต้นไป ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการผลักดันบุคลากรสายสนับสนุนให้มีศักยภาพและมาตรฐานทางวิชาชีพในระดับที่สูงขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตและการเป็นมหาวิทยาลัยแห่งคุณภาพในอนาคต

สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ — ผศ.ดร.ภญ.ธิดา โสตถิโยธิน ผู้ช่วยคณบดีสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ ได้เปิดเผยว่าฝ่ายกิจการนักศึกษา จัดกิจกรรม “รอมฎอนสัมพันธ์” เพื่อส่งเสริมความเข้าใจในคุณค่าของศาสนพิธีและการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม โดยภายในงานมีการจัดเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในมิติต่างๆ ของการถือศีลอด ซึ่งได้รับความสนใจจากนักศึกษาทั้งชาวพุทธและมุสลิมเข้าร่วมกว่า 50 คน โดยมีผู้บริหารของสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ คณาจารย์ และบุคลากรของสำนักวิชาเภสัชศาสตร์เข้าร่วมด้วยอย่างอบอุ่น

กิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Knowledge Sharing) เกี่ยวกับวิถีปฏิบัติของชาวมุสลิมในช่วงเดือนรอมฎอน รวมถึงการนำเสนอแง่คิดเชิงปรัชญาผ่านหัวข้อ “นัยยะแห่งความอดทน” ซึ่งเป็นการวิเคราะห์เปรียบเทียบความหมายของความอดทนในมุมมองของศาสนาที่แตกต่างกัน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เห็นถึงจุดร่วมของหลักธรรมที่มุ่งเน้นการขัดเกลาจิตใจและการมีวินัยต่อตนเอง

สานสัมพันธ์พหุวัฒนธรรมผ่านเวทีเสวนา

บรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและอบอุ่น นักศึกษาต่างร่วมรับฟังการเสวนาที่ถ่ายทอดถึงวิถีชีวิตและวินัยของการถือศีลอด ซึ่งไม่ใช่เพียงการละเว้นจากอาหารและเครื่องดื่ม แต่คือการฝึกฝนความอดทนต่อสิ่งเร้าและการรู้จักแบ่งปันแก่ผู้อื่น โดยนักศึกษาทั้งสองศาสนาได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและร่วมโต๊ะละศีลอด (Iftar) เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างเพื่อนนักศึกษา

กิตติกรรมประกาศ

ในการนี้ ฝ่ายกิจการนักศึกษา ขอขอบพระคุณคณะผู้บริหารและคณาจารย์ที่ให้เกียรติเข้าร่วมและร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองอันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาศักยภาพนักศึกษา พร้อมทั้งขอชื่นชมและขอบคุณ ผศ.ภญ.นัจมีย์ อดุลรัตน์ และ ผศ.ดร.ธันวา  บินลาเต๊ะ ในฐานะคณะทำงานหลักที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรม รวมถึงทีมงานและบุคลากรผู้อยู่เบื้องหลังทุกท่าน ที่ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง จนส่งผลให้กิจกรรมดำเนินไปอย่างราบรื่นและบรรลุวัตถุประสงค์อย่างงดงาม

This slideshow requires JavaScript.