ม.วลัยลักษณ์ ลงพื้นที่ท่าศาลา รณรงค์ “สะพายกระเป๋านักเรียนถูกวิธี” ดูแลสุขภาพกระดูกและกล้ามเนื้อเยาวชน นำร่องโรงเรียนวัดชลธาราม จ.นครศรีธรรมราช

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เพชรรัตน์ บุญร่วมแก้ว และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ณัฐิกานต์ นกแก้ว จากสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เดินหน้าจัดโครงการบริการวิชาการรับใช้สังคมต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยได้รับเชิญให้ดำเนินโครงการจากศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ภายใต้หัวข้อ “ตรวจน้ำหนักกระเป๋าและการจัดวางสิ่งของ พร้อมให้ความรู้แก่นักเรียนในการเลือกและใช้กระเป๋านักเรียนอย่างถูกต้อง” เพื่อส่งเสริมสุขภาพและลดภาระความเสี่ยงต่อระบบกระดูกและกล้ามเนื้อของเด็กนักเรียนในระยะยาว

โดยโครงการนี้ได้ผ่านการรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ การลงพื้นที่ปฏิบัติการจริงครั้งแรก จัดขึ้น ณ โรงเรียนวัดชลธาราม อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยครอบคลุมตั้งแต่การซักประวัติ การประเมินน้ำหนักกระเป๋าควบคู่กับน้ำหนักตัวของนักเรียน การให้ความรู้เชิงปฏิบัติการเรื่องการเลือกใช้กระเป๋า ไปจนถึงการติดตามผลอย่างใกล้ชิด

โครงการดังกล่าวได้มุ่งเป้าการตรวจประเมินความยืดหยุ่น องศาการเคลื่อนไหว และความแข็งแรงของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อในกลุ่มนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-5 ซึ่งเป็นวัยที่โครงสร้างร่างกายกำลังเจริญเติบโตและเป็นวัยที่สำคัญในควรได้รับการส่งเสริมสุขภาพของกระดูกและกล้ามเนื้อ และมีการติดตามผลในระยะยาวต่อไป โดยมีกิจกรรมให้ความรู้และตรวจสุขภาพที่สำคัญ ได้แก่

  • การตรวจประเมินร่างกาย: ประเมินท่าทางโดยใช้สื่อวิดีโอ ร่วมกับการใช้งาน application ในการวิเคราะห์ ประเมินองศาการเคลื่อนไหวของคอและหลังส่วนล่าง ความตึงตัวของกล้ามเนื้อ ความอ่อนตัว แรงบีบมือ และแรงดึงขา
  • การให้ความรู้ด้านการจัดกระเป๋า: แนะนำหลักเกณฑ์ความปลอดภัย โดยน้ำหนักกระเป๋าต้องไม่เกิน 10–15% ของน้ำหนักตัวเด็ก
  • เทคนิคการจัดวางสิ่งของ: สอนการจัดสมดุลน้ำหนัก โดยเน้นย้ำให้จัดวางของหนักชิดแผ่นหลังและจัดวางของเบาไว้ด้านนอก
  • การดูแลสุขภาพกล้ามเนื้อ: สอนท่าออกกำลังกายยืดเหยียดผ่านแผ่นประชาสัมพันธ์ เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยจากการสะพายกระเป๋า

การดำเนินโครงการในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในการนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาสนับสนุนการพัฒนาสุขภาพที่ยั่งยืนของเยาวชนในพื้นที่ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับสากล (SDG 3: Good Health and Well-Being) และตอบสนองพันธกิจหลักในการเป็น “มหาวิทยาลัยเพื่อสังคม” อย่างแท้จริง